Blog AI กับความรัก Living With AI EP.3 | Skooldio

AI ช่วยเราตามหา “คนที่ใช่” ได้จริงหรือไม่ หรือรักแท้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา? ในโลกที่ AI เข้ามามีบทบาทกับชีวิตเราตั้งแต่การทำงาน ยันชีวิตส่วนตัว หลาย ๆ คนอาจเคยสงสัยว่า AI จะสามารถมาช่วยเรื่อง “ความรัก” ให้เราเจอคนที่ใช่ได้ด้วยหรือไม่

รายการ Podcast ล่าสุดจาก Skooldio Living With AI ตอนที่ 3 เลยอยากชวนทุกคนมาร่วมหาคำตอบไปด้วยกันกับผู้เชี่ยวชาญด้านความรัก อาจารย์ชลิดาภรณ์ – รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ จากรายการ Open Relationship และผู้เชี่ยวชาญด้าน AI อาจารย์ต้า – ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล Google Developer Expert ด้าน Machine Learning

ความรักอยู่ที่ไหน ตามหายังไงก็ไม่เจอ 

‘อยากมีแฟน’ ‘ไม่อยากโสดแล้ว’ คงเป็นคำพูดที่ใครหลาย ๆ คนเคยพูดระบายออกมา แต่ไม่ว่าจะพูดกี่ครั้งก็ดูเหมือนเจ้าความรักนั้นไม่ยอมปรากฏตัวออกมาสักที พยายามตามหายังไงก็ไม่เจอ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในตอนนี้ยุคนี้เท่านั้น แต่ชะตากรรมของผู้คนมากมายในโลกใบนี้ตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว ก็ต้องเจอกับความจริงที่ว่าความรักนั้นไม่มาเยือนสักที

ความรักเป็นสิ่งที่คุณวิ่งไล่หาไม่ได้ เขาเป็นฝ่ายมาเยือน

อาจารย์ชลิดาภรณ์เล่าให้เราฟังว่า ความรักคือแขกผู้มาเยือน คุณวิ่งไล่ล่าเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่เจอ…อ่านแล้วอย่าเพิ่งเศร้าใจไปว่าแล้วทำไมความรักถึงไม่วิ่งมาหาเราบ้างสักที นั่นเป็นเพราะว่าแต่ละคนนั้นก็มีกิจกรรมในชีวิตที่ต่างกัน มีโอกาสที่จะได้พบปะใครมากน้อยไม่เหมือนกัน โอกาสที่คุณจะได้เจอคนที่คุณชอบ จะได้ตกหลุมรักจึงอาจมีไม่เยอะ ดังนั้นแล้วคนเราก็เลยอาจจะต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า ‘แม่สื่อ’ นั่นเอง

AI = แม่สื่อยุคใหม่

‘แม่สื่อ’ คือบุคคลที่ช่วยนำพาให้คนสองคนมาเจอกัน พัฒนาความสัมพันธ์ จนอาจไปถึงขั้นแต่งงานกัน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป พฤติกรรมคนก็เปลี่ยนไปด้วย จากแม่สื่อที่เป็นคน ก็กลายเป็น Dating Apps แทน ซึ่งผู้ให้บริการหลาย ๆ เจ้าก็ได้มีการนำเอา AI มาใช้เพื่อช่วยเหลือในการคัดสรรให้เราเจอคนที่ใช่

อาจารย์ต้าได้เล่าให้ฟังว่าจาก 3 ใน 5 คู่ที่อาจารย์ได้ไปร่วมงานแต่งช่วงนี้ก็ได้เจอกันจากในแอปฯ ด้านอาจารย์ชลิดาภรณ์เองก็เสริมว่าคนที่เคยเรียนกับอาจารย์ ที่ได้พัฒนาความสัมพันธ์แล้วแต่งงานเท่าที่เห็นส่วนนึงก็เจอคู่ผ่าน AI เช่นเดียวกัน

AI ในการทำหน้าที่เป็นแม่สื่อ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราตั้ง criteria ไว้อย่างไร การเลือกของ AI ที่เลือกให้เรานั้น มันก็ทำการเลือกจากการที่เราเป็นคนบอก และจากวิธีที่เราใช้ dating apps ว่าเรา ปัดใครทิ้ง เก็บใครไว้  โดย AI นั้นจะไม่ได้บอกเราว่าคนนี้ใช่ แต่เป็นการ suggest หรือแนะนำว่าคนนี้ ‘น่าจะ’ ใช่

เมื่อ Criteria ทำให้ปิดใจตั้งแต่ยังไม่ได้ลอง

อาจารย์ชลิดาภรณ์เล่าว่ามีการพูดกันอย่างกว้างขวางว่า criteria แบบนี้จริง ๆ แล้วอันตรายเพราะเราอาจจะไม่รู้ตัวว่ามันมี ‘อคติ’ บางอย่างที่แฝงอยู่กับ criteria เหล่านั้น ยกตัวอย่างเช่นเรื่องเงิน หรือเรื่อง standard of beauty

ด้านอาจารย์ต้าเสริมถึงเรื่อง  Echo Chamber ที่พอเราไปทำ action อะไรไว้บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั้งหลาย มันก็มีโอกาสที่จะทำให้เราเห็นแต่สิ่งนั้น เป็นการจำกัดมุมมองเรา และอาจทำให้เราหมกหมุ่นอยู่กับ criteria แบบใดแบบหนึ่งซึ่งสุดท้ายแล้ว criteria นั้นมันอาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้ เหมือนกับว่าเราคุ้นชินกับคนแบบนี้เลยชอบ แต่ยังไม่ได้ลองเปิดตัวเองให้ไปคุย คลุกคลีมองหาคนอีกแบบที่จริง ๆ แล้วอาจจะดีกว่าก็ได้

อาจารย์ชลิดาภรณ์เล่าว่าเวลาเราใช้ dating apps นั้น สิ่งที่เราเห็นคือ ‘อิมเมจ’ ของเขา ส่วนเขา(ตัวจริง)นั้นเป็นยังไงเราก็ไม่รู้ ซึ่งนั่นอาจเป็นการปิดตัวเองเพราะ criteria ที่เราใช้ก็คือรูปร่างหน้าตาแบบหนึ่งแบบที่เราชอบ แต่คน ๆ นั้นเป็นยังไงจริง ๆ แล้วเราไม่รู้

ซึ่งพอเรามีแนวโน้มที่จะหยุดดูใคร เก็บใครไว้ ปัดใครทิ้ง ตัว algorithm มันก็จะเลือกตามนั้นให้ เหมือนเป็น Filter Bubble เข้ามากรองการเลือกของเรา

Living With AI EP.3 Filter Bubble | Skooldio

Filter Bubble | Skooldio Living With AI EP.3

ซึ่งพอคนเข้าไปพยายามหาคน ๆ นั้นให้เจอ ต่างฝ่ายต่างก็นำเสนอ ‘ภาพ’ หรือ อิมเมจ ที่จริง ๆ แล้วเราอาจไม่ได้เป็นอย่างนั้น ทุกคนกำลังดีลกันด้วยอิมเมจ ที่มี AI เป็นตัวช่วยบอกว่าอิมเมจแบบไหนน่าสนใจ จนในที่สุดแล้วอาจไม่มีมนุษย์ตัวเป็น ๆ อยู่ในนั้นเลย

เจอแล้วคนที่ใช่ โค้ช AI ช่วยที

หลังจากที่เราได้ปิ๊งใครสักคนแล้ว หนึ่งในสิ่งที่ยาก และเป็นความท้าทายโดยเฉพาะกับมนุษย์ขี้อาย ขี้เขิน พูดไม่เป็นคือการเริ่มต้นคุยกับคนที่เราชอบ นี่ก็เป็นจังหวะที่คนอาจเลือกใช้ AI มาเป็นตัวช่วย

ด้านอาจารย์ชลิดาภรณ์มองว่า การหาตัวช่วยเมื่อคุณชอบใครบางคน แล้วอยากให้เขาชอบกลับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจะพูดยังไง จะชวนไปไหน เดตยังไงดี คนเราหาตัวช่วยกันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์แล้ว

จากเดิมที่ปรึกษาคน หรือไปดูคู่มือที่คนนั้นคนนี้เขียนเอาไว้แล้วไปทำตามที่เขาแนะนำ ตอนนี้พอมี AI ช่วยแนะนำก็ทำให้การปรึกษาสะดวกและเร็วขึ้น เรียกได้ว่าไม่ต้องให้ใครรู้มากว่าเราทำอะไร (เหยียบมิดไม่ไปถึงหูคนที่ชอบแน่นอน!)

แต่ปัญหาคืออาจารย์มองว่า AI ณ เวลานี้เป็นการ simulate / เลียนแบบ ยังไม่สามารถเข้าใจ หรือมองเห็นข้อมูลที่มันซับซ้อนและทำนายยากของคน ยกตัวอย่างเช่นเรื่องอารมณ์ ที่ขนาดมนุษย์ยังอ่านอารมณ์ตัวเอง หรืออารมณ์ของกันและกันไม่ค่อยจะออก เราก็ต้องระมัดระวังตรงจุดนี้ด้วย ถ้าเราพึ่ง AI เป็นตัวช่วยก็อาจมีความสุ่มเสี่ยงได้ว่ามันอาจจะไปไม่รอดตั้งแต่เครื่องยังไม่ทัน take off เลยก็เป็นได้

อาจารย์ต้าเองก็ชอบประโยคที่อาจารย์ชลิดาภรณ์พูดว่า “มนุษย์มีความซับซ้อนกว่านั้นมาก” เดาใจไม่ถูก เพราะฉะนั้นโจทย์ในโลกอนาคตคือใน Dating Apps เหล่านั้นอาจจะมี interaction ที่ทำให้ AI สามารถเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ได้มากขึ้น เริ่มมีรายละเอียดที่ระบบสามารถเก็บแล้วเอาไปเรียนรู้ได้มากขึ้น เช่น การโต้ตอบ แต่ก็เป็นเรื่องที่เราต้องรอดูต่อไปว่าในอนาคตแต่ละแพลตฟอร์มจะไป ‘ล้ำ’ ได้เบอร์ไหน

เรื่องราวระหว่าง AI x Relationship ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เพราะเรายังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกมากมายให้คุณมาไขปริศนา หาคำตอบรักยุคปัญญาประดิษฐ์ไปด้วยกันกับผู้เชี่ยวชาญทั้งสองท่าน ไม่ว่าจะเป็น AI กับบทบาท ‘รักษาความสัมพันธ์’, AI กับบทบาท ‘คู่รัก’ ไปจนถึงการทดลองให้ ChatGPT จีบกันเอง! ฯลฯ รับชมรายการเต็มได้แล้ววันนี้ คลิก Living With AI EP.3 เพื่อรับชมได้เลย

 

Living With AI EP.3 | Skooldio

AI x Relationship ไขปริศนารักยุคปัญญาประดิษฐ์กับ รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ | Living With AI EP.3

More in:AI

Comments are closed.