Software Engineering พัฒนารวดเร็วขึ้นมาก งานด้าน Product Management, การเก็บฟีดแบ็กจาก users หรือการตัดสินใจว่าจะสร้างฟีเจอร์อะไร กลับกลายเป็น “คอขวด” แทน นี่คือประเด็นหนึ่งที่ Andrew Ng ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ได้พูดถึงบนเวทีงาน AI Startup School ที่ San Francisco เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา 

Andrew เปรียบเทียบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ การเกิดขึ้นของเครื่องพิมพ์ดีด ที่มันช่วยให้การเขียนง่ายขึ้นแต่ก็ทำให้เกิด writer’s block ที่การตัดสินใจว่า “จะเขียนอะไร?” กลายมาเป็นปัญหาคอขวดแทน

ส่วนในยุคปัจจุบันนี้ Agentic Coding Assistants ก็ทำให้การเขียนซอฟต์แวร์นั้นง่ายและรวดเร็วมากขึ้นขึ้นจนการตัดสินใจว่า “จะสร้างอะไร?” กลายมาเป็นจุดที่ทำให้งานชะงัก หรือที่เรียกว่าเป็น Product Management Bottleneck 

Product Management Bootcamp รุ่นที่ 9 | Skooldio

สัดส่วน PM ต่อ Engineer ที่เปลี่ยนไป

ในงาน AI Startup School ที่ผ่านมา Andrew Ng ได้แชร์ว่าโครงสร้างทีมกำลังเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เขาเห็นคือ

จากที่เมื่อประมาณสัก 5 ปีที่แล้วใน Silicon Valley มักจะใช้สัดส่วน PM 1 คน ต่อ Engineer 4 หรือ 7 คน ตัดภาพกลับมาในยุคปัจจุบัน เขาเล่าว่าได้มีทีมงานมาเสนอว่าขอปรับโครงสร้างทีมให้กลายเป็น PM 1 คน ต่อ Engineer 0.5 คน (เปรียบเทียบง่าย ๆ คือเหมือนใช้ PM 2 คน ประกบ Engineer 1 คน) ลองนึกภาพตามดูว่าถ้าวันนึงมีคนในทีมเดินมาพูดกับเราแบบนี้ก็คงจะน่าตกใจอยู่เหมือนกัน

Andrew Ng เองก็เพิ่งเคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ครั้งแรก ตัวเขาเองก็ยังคงไม่แน่ใจว่าไอเดียนี้มันดีจริง ไหม แต่มันก็สะท้อนให้เห็นถึง ‘สัญญาณ’ บางอย่างว่าทิศทางการทำงานกำลังเปลี่ยนไป เพราะเมื่อความเร็วในการทำงานของแต่ละฝ่ายไม่เท่ากัน ความต้องการของทีมที่อยากได้รูปแบบการทำงานใหม่ก็ชัดเจนมากขึ้น

แนวทางแก้ ‘คอขวด’ ของงาน PM 

As the teams I work with take advantage of agentic coders, I increasingly value product managers (PMs) who have very high user empathy and can make product decisions quickly, so the speed of product decision-making matches the speed of coding. – Andrew Ng

หนึ่งในกุญแจสำคัญของการจัดการปัญหาคอขวดนี้จึงอยู่ที่ ‘ความเร็ว’ แล้วอะไรจะมาช่วยให้การทำงานของ PM รวดเร็วขึ้นได้บ้าง? 

1. ทำให้ไอเดียชัดเจน

ข้อแรกที่จะทำให้การทำงานไปได้ไวขึ้น คือการทำให้ไอเดียชัดเจน (a concrete product idea) มีรายละเอียดที่เพียงพอชัดเจนให้ engineer สามารถเอาไปทำงานต่อได้

เพราะการคุยงานด้วยโจทย์กว้าง ๆ ไอเดียกว้าง ๆ แต่ละคนก็สามารถตีความมันออกไปได้ต่าง ๆ นานา การที่เราทำให้ไอเดียชัดเจนแต่แรกก็จะช่วยทำให้การทำงานไวขึ้น และถ้าผลมันออกมาว่าเป็นไอเดียที่ดีหรือไม่ดียังไง ใช้เวลาไม่นานเราก็จะได้รู้

2. ใช้สัญชาตญาณให้เป็นประโยชน์

PM ที่เข้าใจ users อย่างลึกซึ้งหรือมี High User Empathy สามารถใช้ “สัญชาตญาณ” หรือ Gut ที่ถูกหล่อหลอมมาในการตัดสินใจได้ และเมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นฟีดแบ็ก หรือ insights อื่น ๆ ว่า users ชอบอะไรไม่ชอบอะไร พวกเขาก็จะสามารถ ‘refining’ ปรับ Mental Model ปรับสัญชาตญาณของตัวเองให้เฉียบคมขึ้น และก็นำไปสู่การตัดสินใจที่เร็วขึ้นและคุณภาพที่ดีขึ้นตามไปด้วย

ซึ่งการจะหล่อหลอมให้ PM มีสิ่งเหล่านี้ก็ดูเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ประสบการณ์ และ ‘ใช้ข้อมูล’ ทุกอย่างหลอมรวมประมวลผลร่วมกัน สร้างเป็นมุมมองที่รอบด้านขึ้นให้กับเรา แม้เทคนิคนี้อาจจะไม่ได้เอาไปใช้ได้กับทุกโปรเจกต์ แต่มันก็ช่วยสร้าง mental model ให้แม่นยำขึ้นได้เพื่อให้เราสามารถเอามันไปใช้ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

ในวันที่ความเร็วของการเขียนโค้ดเพิ่มขึ้น ความสามารถในการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ให้ทันจังหวะ รู้ว่าเราจะต้องสร้างอะไร จึงอาจเป็นทักษะที่สร้างความได้เปรียบให้ PM ในยุคนี้

3. ใช้ AI มาช่วยจัดการงาน

AI ไม่ได้ช่วยงานแค่ Engineer แต่ยังสามารถช่วยงาน Product Manager ได้ด้วย!

PM ยุคใหม่ใช้ AI มาเป็นตัวช่วยในการทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ AI รวบรวมและสรุป Feedback จากลูกค้าที่มีอยู่มหาศาลให้เป็น Insights ที่จับต้องได้ในไม่กี่นาที หรือบางคนไปไกลกว่านั้นคือสร้าง AI Agent ของตัวเองมาช่วยทำงานเลย

รวมไปถึงการสร้าง Prototype ซึ่งตอนนี้ PM ก็สามารถทำเองได้แล้ว! เราสามารถใช้ AI สร้าง Prototype ง่าย ๆ เพื่อเอาไปคุยกับลูกค้าหรือทีมได้เลยโดยไม่ต้องรอ โดยข้อมูลจาก Survey ล่าสุดที่เผยแพร่โดย Lenny’s Newsletter ก็ระบุว่าในปัจจุบัน PM มีการใช้งาน AI เพื่อทำ Prototyping อยู่ที่อันดับ 2 (Top AI Jobs ของ PM) หรือคิดเป็น 19.8% แต่ในอนาคตความต้องการใช้งาน AI ในการทำ Prototyping มีแนวโน้มว่าจะพุ่งสูงถึง 44.4% หรือ เพิ่มขึ้นถึง +24.6% เลย

หากเราเข้าใจและใช้ AI เป็น สามารถสั่งมันได้อย่างชัดเจนว่าต้องการอะไร ผลลัพธ์แบบไหน ก็จะช่วยลดแรง และทำงานได้รวดเร็วมากขึ้นด้วยนั่นเอง 

เป็น PM ตัวท็อปยุค AI ใน 3 เดือน

เปิดรับสมัครแล้ว หลักสูตรปั้น Product ยุค AI ที่ได้ผลจริงใน 3 เดือน คลาสสุดเข้มข้นที่ทุกคนถามหา Product Management Bootcamp รุ่นที่ 9

ปั้น Product ให้เป็นที่ต้องการและตอบโจทย์ User เพิ่ม Value ให้ธุรกิจ พาทีมเติบโตไปได้ไกลกว่าเดิม พิเศษสำหรับรุ่นนี้! อัปเดตเนื้อหา AI ใหม่แบบจัดเต็ม

PM Essentials Product Management Bootcamp รุ่นที่ 9 | Skooldio

เรียนรู้ผ่านวิธีการแก้โจทย์จริง จากผู้มีประสบการณ์ตรงจากองค์กร Tech ระดับโลก

องค์กรไหนที่กำลังพัฒนา Digital Products และอยากปั้นทีมให้แกร่ง หรือใครที่อยากมองหาโอกาสอัปสกิลสุดเข้มข้น พร้อมย้ายสู่สายงาน Tech ห้ามพลาด

เนื้อหาอัดแน่น 80 ชั่วโมง พร้อมเปลี่ยนคุณเป็น PM ที่สมบูรณ์แบบ เรียนรู้ Best Practice กับ PM ตัวจริงจากบริษัท Tech ดังระดับประเทศ เช่น Facebook | Microsoft | Agoda | IDEO และอีกหลายบริษัท และเจาะลึก AI Product ของจริง ที่เกิดขึ้นจริงแล้วในยุคนี้

สัมผัสบรรยากาศการทำงานแบบ Scrum กับ Company Visit ที่บริษัท Tech ชั้นนำของไทย

อ่านรายละเอียด/สมัครเรียน คลิก Product Management Bootcamp รุ่นที่ 9

Product Management Bootcamp รุ่นที่ 9 | Skooldio


Sources

How to Get Through the Product Management Bottleneck | THE BATCH

Andrew Ng: Building Faster with AI | Y Combinator

Andrew Ng is Right: Product Management Is the Bottleneck. Here’s What Comes Next | bagel

More in:AI

Comments are closed.