ในโลกของการพัฒนา Digital Products คนเป็น Product Manager ต้องถือทั้งผลลัพธ์ของโปรดักต์ รับมือกับความคาดหวังจากหลายฝ่าย และแรงกดดันด้านไทม์ไลน์ไปพร้อม ๆ กัน
แต่ท่ามกลางความเร่งเหล่านี้ ยังมีบางสิ่งที่ PM หลายคนอาจเผลอมองข้าม และสุดท้ายมันอาจย้อนกลับมา “ทวงหนี้” จนทำให้โปรดักต์สะดุดหรือพังลงได้
บทความนี้ Skooldio จะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ Technical Debt ว่ามันคืออะไร ส่งผลต่อโปรดักต์อย่างไร และ Product Manager ควรบริหารมันอย่างไร เพื่อไม่ให้กลายเป็นกับดักของทีมในระยะยาว ผ่านเนื้อหาบางส่วนจากบทสัมภาษณ์ของพี่รูฟ – ทวิร พานิชสมบัติ Senior Director Software Engineering ที่ ODDS และ Ex-Agile Coach ที่ Odd-e (Thailand) หนึ่งในผู้สอนของ Product Management Bootcamp
Table of Contents
Technical Debt คืออะไร
แปลตรงตัวเลยคือ ‘หนี้ทางเทคนิค’ พี่รูฟอธิบายว่าการที่เราเป็นหนี้ แปลว่าเราไปยืมมา หรือไป quick hack ทำอะไรเร็ว ๆ แบบไม่ค่อยได้คิด และไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นมันมาจากอะไร ส่งผลให้เวลาที่ต้องกลับมาแก้ไขใหม่ ไม่ว่าคนที่กลับมาแก้นั้นจะเป็นตัวเราเองหรือคนที่มาดูแลต่อ เขาก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่า system ข้างในที่ทำไปนั้นมันทำงานได้ยังไง
ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมา ก็อาจเป็นเพราะ ‘แรงกดดัน’ ที่มาถึงทีม delivery และตัวทีมเองก็มีความอยากที่จะตอบสนองสิ่งนั้น และพยายามหาท่าในการทำสิ่งนั้นมา โดยอาจไม่ทันได้ตั้งสติ ไม่ทันได้คิด และเลือกใช้วิธีที่ง่ายและเร็ว
ยกตัวอย่างสถานการณ์ในบริบทยุค AI ให้เห็นภาพได้ง่าย ๆ เช่น การที่ทีม delivery ไป copyโค้ดที่ได้จากจาก Generative AI, จาก Google หรือช่องทางไหนก็ตามแล้วเอามาแปะไว้ใน production เลย หรือจะเป็น code ที่ถูกเขียนโดยที่ไม่มีการใส่ใจในการแบ่งโมดูลให้สวย ๆ
ฟังก์ชันที่ทำ 7 – 8 อย่างพร้อม ๆ กัน เมื่อมี 1 ฟังก์ชันมันจัดการได้ง่าย แต่ถ้ามีฟังก์ชันแบบนี้ประมาณ 3,000 ฟังก์ชัน ลองนึกภาพตามดูว่าเราจะหนาวขนาดไหน
Technical Debt ส่งผลกระทบยังไง
พี่รูฟอธิบายว่ามันเกิดขึ้นซ้อนทับกันไปเรื่อย ๆ ก็เปรียบเหมือนการเอา ‘เส้นด้าย’ ไปพันไว้ใน system บางครั้งเราต้องการจะแก้ปมที่อยู่ข้างในนิดเดียว แต่มันส่งผลกระทบยาวเป็นเส้น กระทบกับกับ system รอบข้างเต็มไปหมดเลย
นอกจากนี้ Technical Debt ยังส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้วย ยิ่งเรามี Technical Debt เยอะ แปลว่าเราจะมีความคล่องตัวในการเปลี่ยนแปลงต่ำมาก เพราะทุกครั้งที่เราใส่ของเข้าไปใน system ที่มันเคยเวิร์กอยู่แล้ว ก็ต้องมานั่งเทสต์ให้ครบว่าที่เราใส่เพิ่มไป มันไปทำให้ system เดิมทำงานแล้วผิดพลาดหรือเปล่า
ดังนั้น Technical Debt เลยเป็นสิ่งที่ PM หรือ Product Manager ต้องระวังเป็นอย่างมาก ในการ push ทีม / สร้างแรงกดดันให้ทีมส่งมอบโปรดักต์ตามไทม์ไลน์ที่เราอยากได้ ยิ่งเมื่อถึงวันที่โปรดักต์ได้ launch ออกไป แล้ว PM เองก็ไม่มีเวลาให้ทีมกลับมากวาดเช็ดถู แก้ไขให้มันถูกต้อง มีแต่ push ต่อไปเรื่อย ๆ ถึงวันหนึ่ง ‘สิ่งเหล่านี้มันจะมาทวงถามเราเอง’ แล้วเมื่อถึงวันนั้น วันที่หนี้มันสูงมาก บางทีเราก็จ่ายไม่ไหว และโปรดักต์อาจจะหายไปจากตลาดได้อย่างง่ายดายเลย
จัดการกับ Technical Debt ยังไงดี?
รีบได้แต่อย่าลน
ให้ความสำคัญกับความรอบคอบ ควบคู่ไปกับความเร็ว PM ต้องเข้าใจว่าเร่งทีมได้เมื่อจำเป็น (เช่น คู่แข่งเขาไปเร็วแล้ว) แต่ให้ทีมทำอย่างมีสติ เมื่อรีบถึงจุดหนึ่งแล้ว ก็ต้องอย่าลืมเปิดโอกาสให้ทีมกลับมาเก็บ bug เก็บของในบ้านบ้าง ไม่อย่างนั้นแล้วมันจะกลับมาแก้ไขยากมาก
สูตร 80/20
อย่า Push ทีมจนสุดปรอทตลอดเวลา อาจลองแบ่งเวลาด้วยสูตร 80/20 เช่น แบ่งเวลา 80% ทำฟีเจอร์ และอีก 20% แบ่งเวลาให้ทีมกลับได้มา “ปัดกวาดบ้าน” หรือปรับปรุงโค้ดเพื่อให้มีระเบียบอยู่เสมอนั่นเอง
มาเริ่มพื้นฐาน PM ที่ถูกต้อง ก่อนพังทั้งระบบ
อัปเดตเนื้อหา AI จัดเต็ม! หลักสูตรปั้น Product Manager โดย Expert ตัวท็อป ที่ผ่านประสบการณ์กับองค์กร Tech ระดับโลก
หลักสูตร Product Management Bootcamp รุ่นที่ 9 ยกระดับให้คุณเป็น PM มืออาชีพ ใน 3 เดือน
สอนครบทุกเทคนิคปั้น Product ที่ตลาดต้องการ และตอบโจทย์ User เพิ่ม Value ให้ธุรกิจ พาทีมเติบโตไปได้ไกลกว่าเดิม
องค์กรไหนที่กำลังพัฒนา Digital Products และอยากปั้นทีมให้แกร่ง หรือใครที่อยากมองหาโอกาสอัปสกิลสุดเข้มข้น พร้อมย้ายสู่สายงาน Tech ห้ามพลาด!
- เนื้อหาจัดเต็ม 100 ชั่วโมง พร้อมเปลี่ยนคุณเป็น PM ที่สมบูรณ์แบบ
- เรียนรู้ Best Practice กับ PM ตัวจริงจากบริษัท Tech ดังระดับประเทศ เช่น Facebook | Microsoft | Agoda | IDEO และอีกหลายบริษัท
- ไม่มีพื้นฐาน Tech ไม่มีปัญหา หลักสูตรนี้เริ่มสอนตั้งแต่ต้น!
- สัมผัสบรรยากาศการทำงานแบบ Scrum กับ Company Visit ที่บริษัท Tech ชั้นนำของไทย
หลักสูตรที่คุณสามารถเลือก Upskill ในเนื้อหาที่อยาก Focus ได้ เลือก Phrase ที่ใช่ เพื่อเป็น PM ค่าตัวแพงยุค AI
Discovery Phase : เสริมพื้นฐานให้แน่น สร้าง Product ให้ชนะตลาด
Delivery Phase : เสริมสกิลปั้นทีมให้เห็นภาพเดียวกัน นำส่ง Product สู่ตลาดได้อย่างราบรื่น
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม / สมัครเรียน คลิก Product Management Bootcamp












