ปั้น AI Prototype ใน 3 วัน! ส่อง Design Sprint ใน Digital Leadership Bootcamp | Skooldio

Design Sprint ปกติใช้เวลา 5 วัน แล้วถ้าเราลองใช้เวลา 3 วันในการปั้น Prototype ให้เสร็จจะเป็นยังไง!? บทความนี้ Skooldio พาทุกคนมาตามติดเส้นทางการเรียนรู้และลงมือทำจริง ของทีมผู้บริหารซึ่งเป็นนักเรียนของหลักสูตร Digital Leadership Bootcamp (DLB) รุ่นที่ 6 ที่มาในธีม “For AI Transformation”

และแน่นอนว่าเป็นหลักสูตรของ Skooldio ทั้งที เราไม่มาแบบธรรมดา! โจทย์ของเราใน Design Sprint ครั้งนี้มาจากทางมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง “ดอยตุง” ระหว่างทางเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะโหดขนาดไหนไปดูกัน!

Digital Leadership Bootcamp

ทำความรู้จักกับ Design Sprint

5 ขั้นตอนของการทำ Design Sprint | Skooldio

องค์กรของคุณเคยเป็นไหม? ใช้เวลาหลายเดือนและทรัพยากรมหาศาลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ แต่ไม่แน่ใจว่าผลลัพธ์จะตอบโจทย์ตลาดจริงไหม… Design Sprint คือสิ่งที่มาช่วยเราได้!

Design Sprint คือกระบวนการที่คิดค้นโดย Google Ventures เป็นเทคนิคที่องค์กรระดับโลกยอมรับและนำไปใช้จริง

โดยทั้ง 5 ขั้นตอนของการทำ Design Sprint จะประกอบไปด้วย

1. Map Ideas: ทำความเข้าใจปัญหา และตั้งเป้าหมายระยะยาว
2. Sketch: เปลี่ยนไอเดียเป็นภาพ
3. Decide: ตัดสินใจเลือกวิธีแก้ปัญหา
4. Create Prototype: สร้างชิ้นงานต้นแบบ
5. Test with User: ทดสอบกับผู้ใช้งานเพื่อเรียนรู้

Design Sprint จะช่วยลดเวลา ลดความเสี่ยง และสร้างทางเลือกที่ชัดเจนให้ผู้บริหารเห็นภาพจริงได้ในเวลาไม่กี่วัน

ซึ่ง Design Sprint ใน Digital Leadership Bootcamp ของ Skooldio นำทัพโดย อ. ต้า – ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล Google Certified Sprint Master คนแรกของไทย ที่ได้รับการรับรองโดยตรงจาก Google บอกเลยว่าทั้งประเทศไทย มีแค่ 2 คนเท่านั้น!!!  และ อ. ต้า มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการเข้าไปจัดกิจกรรม Design Sprint ในองค์กรชั้นนำของไทยมาอย่างมากมาย

พี่ต้า - ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล Google Certified Sprint Master คนแรกของไทย | Skooldio

อ. ต้า – ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล Google Certified Sprint Master คนแรกของไทย | Skooldio

หลายคนอาจสงสัยว่า Prototype คืออะไร?

Prototype | Skooldio

Prototype คืออะไร? | Skooldio

Prototype คือตัวต้นแบบของ Product ที่เอาไปทดลองกับผู้ใช้งานได้ ให้เขาเข้าใจว่า Product ของเราคืออะไร หน้าตาประมาณไหน ทำงานอย่างไร 

Prototype มีตั้งแต่ที่เป็นรูปแบบ Low-fidelity เช่นหากทีมอยากเห็นภาพ Interaction ของเว็บหรือแอปฯ ที่ออกแบบมากขึ้นก็อาจไปขึ้น Clickable Prototype ไว ๆ และเมื่ออยากจะลองเอา Prototype ไปทดลองกับผู้ใช้งานก็จะพัฒนาให้มีรายละเอียดมากขึ้น ตั้งแต่ระดับกลางอย่าง Mid-fidelity ไปจนถึง High-fidelity

การทำ Prototype ในสมัยก่อนมีตั้งแต่ใช้การวาดในกระดาษและตัดแปะจำลอง Interaction ต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันมีโปรแกรมมากมายที่ทำให้เราสร้าง Prototype ได้ง่ายขึ้น

พี่ต้า - ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล Google Certified Sprint Master คนแรกของไทย | Skooldio

บรรยากาศ Design Sprint วันที่ 1 | Skooldio

สิ่งหนึ่งที่ อ. ต้า ได้แชร์ให้นักเรียนทุกคนฟังในคลาส คือ ‘Prototype ไม่จำเป็นต้องใช้งานได้จริง ไม่ต้อง Technical ก็ได้’ แต่หลักสำคัญคือ ทำให้ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ รู้สึกเหมือนจริง 

หัวใจของการทดลอง คือการทำยังไงก็ได้ให้เราทำของออกมาลองได้เร็วที่สุด เพราะเป้าหมายหลักของเราคือ User Feedback 

‘Prototype Early and Often’ ยิ่งในช่วงแรก prototype มันก็จะมีความหยาบ เราทำแค่ให้พอเห็นภาพ ทำให้เรารู้ผลและได้ feedback จาก user เร็วขึ้นเท่านั้น และเมื่อไอเดียมันเริ่มมีความชัดมากขึ้น เราก็ค่อยลงดีเทลให้มากขึ้นในส่วนที่อยากทดสอบ และสุดท้ายคือ Prototype ต้องพร้อมโยนทิ้งได้ เพื่อให้เราได้ไปต่อในไอเดียที่ใช่ที่สุด

เริ่มต้นก้าวแรก แบ่งทีมที่จะร่วมมือกันตลอด 3 วัน 2 คืน!   

ก่อนจะเดินทางไปทริป 3 วันสุดเข้มข้น! ที่ทุกคนจะได้ลงมือสร้าง AI Automation Prototype ให้สำเร็จด้วยตัวเอง ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Skooldio ก็มีการมอบโจทย์ให้กับนักเรียนทุกคน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Finance, Data และ Marketing ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะได้รับโจทย์ที่แตกต่างกันออกไป ตามประเด็นที่ผู้บริหารแต่ละกลุ่มเชี่ยวชาญ  

ด้วยความตั้งใจของทีมงาน Skooldio ที่อยากให้ผู้เรียนได้ลองทำ ‘Prototype’ AI จริง ๆ กับธุรกิจ พอเรามีโอกาสหยิบความสามารถของนักเรียน DLB ซึ่งเป็นผู้บริหารที่มีความสามารถ ทีม Skooldio เลยอยากให้ธุรกิจนั้นเป็นธุรกิจที่ดีและทำเพื่อสังคมไทยด้วย 

โจทย์ใน Design Sprint ครั้งนี้ จึงเป็นการพาร์ทเนอร์กันระหว่าง  Skooldio กับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง “ดอยตุง” ภายใต้โจทย์ที่ว่าเราจะทำยังไงให้  AI มาช่วยเร่งศักยภาพและขยาย impact ที่เกิดขึ้นให้กับสังคมไทยได้มากขึ้น 

แบรนด์ดอยตุง | Skooldio

แบรนด์ดอยตุง ธุรกิจเพื่อสังคมสู่ความยั่งยืน

DAY1: Map Ideas + Sketch

ทีมผู้บริหารนักเรียน DLB และ ทีมงาน Skooldio ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ แต่เช้า พอถึงที่พักเราก็ไม่รอช้า ได้เวลาลุย! 

บรรยากาศวันแรกดูสบาย ๆ แต่ทุกคนก็แอบมีความตื่นเต้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ แต่ละกลุ่มได้รับโจทย์คร่าว ๆ ไปแล้ว วันนี้ทุกคนก็จะได้ลองสัมภาษณ์ Users กันจริง ๆ ด้วย!

แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น อ. ต้าก็ได้มาช่วยปูพื้นฐาน อธิบายหลักการของ Design Sprint ให้ทุกคนฟัง แน่นอนว่าการทำ Design Sprint ครั้งนี้เป็นเรื่องที่มีความท้าทายอยู่เหมือนกันเพราะ เราย่อกระบวนการทั้งหมดของ Design Sprint ให้เหลือแค่ 3 วันเท่านั้น! แต่นั่นก็ไม่ยากเกินความสามารถของนักเรียน Digital Leadership Bootcamp แน่นอน และเรามีเหล่าทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Skooldio คอยซัพพอร์ตแต่ละกลุ่มแบบใกล้ชิดด้วย 

พี่ต้า - ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล Google Certified Sprint Master คนแรกของไทย | Skooldio

ก่อนที่ทุกคนจะได้ไปทานมื้อเที่ยงกัน ทุกกลุ่มก็ได้เริ่ม สัมภาษณ์ Users ทั้งผู้บริหาร และทีมต่าง ๆ จากดอยตุง เพื่อนำ Insights ไปสร้าง Prototype AI ที่จะช่วยแก้ปัญหา ทำให้กระบวนการทำงานของ User ง่ายขึ้น ซึ่งในการสัมภาษณ์ Users แต่ละทีมก็สามารถเอาสิ่งที่ พี่เมษ์ ศรีพัฒนาสกุล CEO และ Founder ของลูกคิด หนึ่งในผู้สอน DLB คลาส ‘Leading with Empathy’ ซึ่งมีประสบการณ์เข้าไปเข้าไปช่วยสอนกระบวนการ Design Thinking ภายในองค์กรทั้งไทยและต่างประเทศร่วม 10 ปี มาปรับใช้ได้ด้วย!

บรรยากาศการสัมภาษณ์ Users ใน Design Sprint | Skooldio

บรรยากาศการสัมภาษณ์ Users ใน Design Sprint | Skooldio

หลังพักเที่ยงก็ถึงเวลาเริ่มขั้นตอนการ Map Ideas ตามเส้นทาง User Journey ซึ่งในขั้นตอนนี้จะเป็นการหาว่าปัญหาที่แท้จริงของ user อยู่ตรงไหน และเราจะมาพัฒนาให้ดีขึ้นยังไงได้บ้าง

ต่อมาคือกิจกรรม Crazy 8 ฟังดูเหมือนจะดูวุ่นวาย แต่นักเรียนบอกว่าสนุก! ไม่ต้องใช้เวลาเป็นวัน ๆ กว่าจะได้ไอเดียนึง เพราะกิจกรรมนี้ทุกคนจะได้ “8 ไอเดียใน 8 นาที!” นี่แหละคือช่วงเวลาที่ไอเดียเจ๋ง ๆ ของแต่ละคนจะได้ออกมาโลดแล่น 

บรรยากาศการทำ Crazy 8 | Skooldio

ซึ่งหนึ่งเสน่ห์ของ Design Sprint นั้นก็คือการ “Work Alone Together” ก็คือการที่ทุกคนได้ทำงานกับตัวเองก่อนแล้วเอางานนั้นมาโชว์ให้กับเพื่อน ๆ เพื่อเอามาต่อยอดจากไอเดียของทุก ๆ คน 

และหลังจากทุกคนได้ฟังได้เห็นไอเดียจากเพื่อน ๆ แล้ว ก็จะได้มีเวลามาตกตะกอน พัฒนาออกมาเป็น Solution Sketch หรือว่าวิธีการแก้ปัญหาที่ดูสมบูรณ์ขึ้น 

เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไป 1 วันแล้ว แต่ยังไม่จบแค่นี้! เพราะไอเดียทั้งหมดจะถูกเอาไปใช้ต่อในวันพรุ่งนี้ ในขั้นตอนต่อไปของ Design Sprint อย่างการ Decide และขึ้น Prototype กันต่อ 

บรรยากาศการทำ Crazy 8 | Skooldio

DAY 2: Decide + Create Prototype 

หลังจากที่เมื่อวานนี้เราเริ่มกระบวนการ design sprint และ brainstorm ไอเดีย กันไปแบบเดือด ๆ แล้ว วันนี้เราจะได้รู้ว่าไอเดียไหนจะถูกเลือก และความโหดของวันนี้คือทุกคนต้องสร้าง Prototype ให้เสร็จ ภายในไม่กี่ชั่วโมง! 

Art Museum Design Sprint | Skooldio

เช้านี้เมื่อผู้บริหารทุกคนเดินเข้ามาในห้องก็จะเห็น Art Museum ซึ่งก็เป็นไอเดียของแต่ละคนที่ถูกแปะเอาไว้ให้เพื่อน ๆ ได้เดินชม เจ้าของไอเดียก็จะมีโอกาสได้อธิบายแนวคิดเบื้องหลังของไอเดียตัวเองแบบสั้น ๆ ให้เพื่อนฟัง ทำให้เราเห็นมุมมองและไอเดียที่หลากหลายจากเพื่อน ๆ แต่ละคนด้วย

Art Museum Design Sprint | Skooldio

จากนั้นก็จะเข้าสู่กิจกรรม Sticky Decision หรือก็คือการโหวต โดยผู้บริหารแต่ละคนต้องเลือกไอเดียที่ชอบที่สุดโดยการแปะสติกเกอร์ลงไปบน ‘ส่วน’ ที่ชอบในไอเดียแต่ละอัน จากนั้นเราก็จะชวนทุกคนมาพูดคุยกันและเลือก Big Vote Idea  ซึ่งจะเป็นโครงตั้งต้นที่จะนำไปสู่การสร้าง Prototype จริง ๆ 

 Big Vote Idea ซึ่งจะเป็นโครงตั้งต้นที่จะนำไปสู่การสร้าง Prototype จริง ๆ | Skooldio

เมื่อเราได้ Solution ออกมาเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น! ด้วยการทำ Storyboard หรือการทำให้ไอเดียที่ถูกเลือกนั้นชัดเจนขึ้นแบบเฟรมต่อเฟรม ว่า Users จะเจออะไรบ้าง แบบไหนบ้าง ตั้งแต่ต้นจนจบ

ช่วงเช้าผ่านไป ช่วงบ่ายก็ถึงเวลาปั่นงาน! ทุกคนต้องเร่งสปีดเพื่อ สร้าง AI Prototype ให้เสร็จ ไม่ต้องเป็น prototype ที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่เป็น prototype ที่สามารถออกแบบประสบการณ์ให้ user รู้สึกสมจริง และทำให้ user สามารถ feedback เราได้

ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจนและทำงานขนานกันไป เพื่อให้ prototype เสร็จทันให้ User ได้ลองทดสอบกันในวันพรุ่งนี้

 AI Prototype ใน Design Sprint | Skooldio

เรียกได้ว่าแต่ละนักเรียน DLB ทุ่มเทกันมาก ๆ ขนาดหลังจากทานข้าวเย็นเสร็จแล้ว หลายกลุ่มก็ยังเลือกที่จะกลับมานั่งทำงานต่อ นักเรียนเราตั้งใจขนาดนี้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Skooldio ก็พร้อมสู้ไปกับทุกคน! นักเรียนทุกคนจะได้ลงมือทำด้วยตัวเองจริง ๆ โดยมีทีม Skooldio ประจำแต่ละกลุ่มคอยให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษากันแบบใกล้ชิด เพื่อให้ prototype นั้นจับต้องได้ และสามารถ ‘enable’ ได้จริง ๆ

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Skooldio | Skooldio

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Skooldio พร้อมให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษา | Skooldio

DAY3: Test with User

พี่ต้า - ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล Google Certified Sprint Master คนแรกของไทย | Skooldio

บรรยากาศวันที่ 3 ใน Design Sprint | Skooldio

หลังจากปั่น Prototype กันแบบเกือบไม่ได้นอนเมื่อวาน วันนี้คือวันตัดสิน! Prototype จะเวิร์กไหม? Test กับ User จริง ๆ จะเป็นยังไง? เราจะได้รู้กันในวันนี้  

มาถึงขั้นตอนที่ 5 ของ Design Sprint ‘Testing’ นาทีวัดใจของทุกทีม เช้านี้ทุกคนต้องเตรียมพร้อม โดยมีการแบ่งหน้าที่ทั้งคนสัมภาษณ์และคนที่คอยเก็บ Feedback ทุกรายละเอียดจาก User 

บรรยากาศวัน Testing ใน Design Sprint | Skooldio

ซึ่งสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการ Test ครั้งนี้คือเราห้ามชี้นำ users เด็ดขาด! เราต้องให้เขาได้ลองใช้จริง งงกันจริง ๆ ดูว่า users ชอบตรงไหน เพื่อที่จะได้รู้ว่า Prototype ของเราต้องแก้ไขตรงไหน ก่อนที่จะนำไปพัฒนาจริง 

ซึ่ง User ที่จะมา test ในวันนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็น user จริง ๆ จากดอยตุง โดยการ test ก็มีทั้งแบบ online และแบบ Face-to-Face ที่ผู้บริหารจากดอยตุงมาลอง test ด้วยตัวเองเลย!

ผลงานของแต่ละทีม 

ทีม Finance – Reimbursement Automation

โจทย์ของทีม Finance 

โจทย์ที่ทางผู้บริหารดอยตุงเลือกมาก็เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บเอกสารและข้อมูลต่าง ๆ  ด้วยความที่เอกสารมีจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นบิล ใบเสร็จ ต่างๆ รวมไปถึงข้อมูลที่มีมากมาย ดังนั้นโจทย์ของทีม Finance จึงเป็นการสร้างระบบ automation มาช่วยทำให้งานง่ายขึ้น 

ทีม Finance ฟังโจทย์แล้วก็บอกเลยว่า โจทย์นี้มีความยาก ทั้งการเอา AI ไปปรับใช้กับกระบวนการทำงานของทีมงานดอยตุงแบบ ‘seamless’ ไม่ปรับจนทำให้เสียการทำงานเดิมและยังต้องเสริมให้การทำงานของทีมดีขึ้นด้วย

บรรยากาศการทำงานของทีม Finance ใน Design Sprint | Skooldio

ทีม Finance ช่วยกันระดมสมอง หาไอเดียหลากหลายที่ตอบโจทย์และช่วยแก้ปัญหาให้ Users ที่มีทั้งปัญหาหลักอย่างเรื่อง Human Error, ภาระงานเอกสารที่ในแต่ละเดือนก็จะมีจำนวนเยอะมาก และ ขั้นตอนการตรวจสอบที่มีหลายชั้นทำให้ใช้ทั้งเวลา ทั้งคนเยอะ

ซึ่งการตัดสินใจและเลือกแนวทางในการทำ prototype ครั้งนี้ ทีมเลือกใช้ ‘AI Automation Workflow’ ในการอัปโหลดรูปภาพใบเสร็จและใบกำกับภาษี เพื่อให้ระบบใช้เทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) ในการดึงข้อมูลจากภาพมาช่วยกรอกข้อมูลในระบบ My Petty Cash แต่ก็ยังคงมี human-in-the-loop เพื่อยืนยันว่าข้อมูลที่ได้มาจาก OCR นั้นถูกต้อง

บรรยากาศการทำงานของทีม Finance ใน Design Sprint | Skooldio

นอกจากสิ่งที่น่าสนใจจากกลุ่มนี้ก็คือการเสนอให้ใช้ LINE Chatbot เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการเบิกด้วย เพราะความสะดวกและคุ้นเคยของ Users ทำให้การใช้งานจริงสามารถอัปโหลดข้อมูลได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

จากนั้นก็มีการออกแบบ Flow Design โดยเน้นการลดขั้นตอน ‘manual’ ที่พนักงานสาขาต้องทำ โดยมีระบบหลังบ้านจำลองเป็น Google Sheet เพื่อแทนระบบ My Petty Cash 

ซึ่งในการ test จริงกับ users ทีม Finance ก็เรียกได้ว่าพอใจกับ feedback มาก ๆ เพราะ users บอกว่าผ่าน! และน่าจะได้เอา prototype ไปพัฒนาเพื่อ implement ต่อจริง ซึ่งการที่ทีมได้โจทย์ที่ชัด ได้ Feedback ชัดทำให้ทีมรู้ว่าจะต้องพัฒนาอะไร ไปในทิศทางด้วยนั่นเอง

บรรยากาศการทำงานของทีม Finance ใน Design Sprint | Skooldio

ทีม Marketing – แอปพลิเคชัน AI Product Designer

โจทย์ของทีม Marketing 

เกี่ยวกับสินค้าหัตกรรมทำมือ เช่น เสื้อผ้า โดยในกลุ่มนี้ users มี pain point 2 อย่างด้วยกันคือ อยากเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ อย่าง Gen Z รวมถึงลดขั้นตอนและเวลาในการผลิตสินค้า 

หลังจากทีม Marketing ฟัง users แล้วก็ถึงกับเกิดคำถามว่า ‘ได้จริงเหรอ?’ ด้วยความท้าทายต่าง ๆ ขององค์กร แต่ทีมก็ไม่ย่อท้อ ทีมช่วยกันระดมสมองเพื่อหาไอเดียจนได้มาหลากหลายไอเดีย และตัดสินใจเลือกโฟกัสไปที่ “การสร้าง Productivity Tool ”เครื่องมือช่วยงานสำหรับบุคลากรภายใน โดยมีกลุ่มเป้าหมายไปที่ Designer, Business Development หรือ Sales 

บรรยากาศการทำงานของทีม Marketing ใน Design Sprint | Skooldio

เหตุผลที่ทีม Marketing เลือกแนวทางนี้ก็เป็นเพราะการเริ่มต้นจากการทำ Internal Productivity Tool จะช่วยช่วยแก้ Pain Point ภายในองค์กรที่แต่เดิมมี Feedback Loop การทำงานที่ยาวนาน, ช่วยลดความเสี่ยงด้านคุณภาพของ AI ที่อาจไม่สมบูรณ์ เป็นการทดสอบความสามารถของ AI ภายในก่อน ทำให้ช่วยสร้างความมั่นใจในคุณภาพ ก่อนจะขยายไปใช้ในงาน Marketing หรือแคมเปญขนาดใหญ่ที่มุ่งเป้าไปที่ กลุ่มเป้าหมายใหม่อย่าง Gen Z ในอนาคต

สำหรับ Prototype ของทีม Marketing ทีมเลือกที่จะสร้างออกมาในรูปแบบของ Web Application เพื่อให้ users เข้าถึงได้ง่าย และจะได้จำลองประสบการณ์การใช้งานจริง! โดยทีม Marketing ออกแบบ Flow Design ขั้นตอนการทำงานให้คล้ายกับ Flow การออกแบบจริง ๆ ของ users โดยจะเน้นไปที่การลดขั้นตอนการประสานงาน

บรรยากาศการทำงานของทีม Marketing ใน Design Sprint | Skooldio

ซึ่งพอเอา Prototype ไป test กับ users จริง ๆ ก็ได้การตอบรับที่น่าสนใจเพราะ users มองว่าแอปมีศักยภาพช่วยลดกระบวนการเดิมที่กินเวลานานถึง 3 เดือนได้! และทำให้การทำงานของทีมมีความคล่องตัวขึ้น และเป็นเครื่องมือที่ช่วยทุ่นแรงทั้งทีม Designer, Business Development และ Sales ได้จริง 

ทั้งภาพที่ generated ออกมาที่มีความสวยงาม น่าดึงดูด ตรงกับ mood and tone ที่ทีมต้องการ ทำให้สร้างสรรค์งานได้เร็วขึ้น ช่วยให้มีภาพ preview ที่หลากหลายและสวยงาม

ไปจนถึงการใช้ AI สร้างเป็น Presentation สำหรับเสนอปิดดีล ใช้ AI ช่วยคิดทั้ง Concept, Slogan ของ Products รวมถึงเจนภาพลายผ้าของดอยตุง ลงไปใน Products ต่างๆ เพื่อทำเป็นแคตตาล็อกให้ลูกค้าสามารถเห็นภาพและตัดสินใจปิดดีลได้ง่ายขึ้น!

ทีม Data – แอปพลิเคชัน Automated Insights

โจทย์ของทีม Data 

เกี่ยวกับข้อมูลในการซื้อของลูกค้า ทั้ง Data จากหน้าร้านกับ Online โดยมีโจทย์ว่าอยากได้วิธีการจัดการข้อมูลที่ดีขึ้น ลดเวลาที่ใช้ในการจัดทำและตรวจสอบรายงาน สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ดีขึ้น เพื่อเอามาช่วยตัดสินใจทางธุรกิจที่สำคัญ และนำไปปรับปรุงการขายและวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดต่อไปได้

เรียกได้ว่าเป็นโจทย์ที่มีความท้าทายอยู่เหมือนกัน  ทั้งข้อมูลที่มีอยู่หลาย source หลาย label หรือปัญหาในจุดอื่น ๆ ที่ทีม Data ก็ต้องมาดูว่าเราจะเอา  AI เข้ามาช่วยในมุมไหนได้บ้าง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายสำหรับกลุ่มนี้ ก็คือ ‘ผู้บริหาร’ ที่ต้องการ Automated Insights เพื่อใช้ในการตัดสินใจรายวัน/รายเดือน รวมไปถึงนักวิเคราะห์และทีมขาย ที่ต้องใช้ Dashboard ต่าง ๆ ในการข้อมูลในเชิงที่ลึกซึ้งขึ้น

บรรยากาศการทำงานของทีม Data ใน Design Sprint | Skooldio

ซึ่งทีม Data ก็ได้มีการระดมไอเดีย ร่างแนวคิดหลายชุดและตัดสินใจเลือกแนวคิดที่เป็น solution แบบครบวงจร โดยทีมได้ออกแบบ Prototype แอปพลิเคชัน “Hello! I’m Maximizer!” ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะที่เน้นการสร้าง Automated Insights และการตัดสินใจทางธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น Executive Dashboard Overview ที่สรุปภาพรวมยอดขาย แสดงการเปรียบเทียบกับคู่แข่ง

หรือจะเป็น AI Key Learning Card ที่เป็นการ์ดแสดงข้อสรุปเชิงลึกแบบอัตโนมัติ พร้อมแนะนำสิ่งที่ควรทำ ซึ่งจากการทดสอบจริงนี่ก็เป็นสิ่งที่ user ให้ความสนใจเป็นพิเศษ!  เพราะช่วยประหยัดเวลาทำให้เรารู้ insights ที่แต่เดิมต้องใช้เวลาในการดึงและรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง 

บรรยากาศการทำงานของทีม Data ใน Design Sprint | Skooldio

นอกจากนี้สิ่งที่ users ประทับใจและเป็นจุดแข็งของ Prototype นี้ก็คือการที่มันช่วยให้ข้อมูล ให้คำแนะนำที่ชัดเจนและ ‘actionable’ โดย user สามารถเอาไปใช้ในการวางแผนโปรโมชันหรือจัดการ stock ต่อได้

และสิ่งสำคัญที่ทีม Data ได้เรียนรู้คือข้อมูลและวิธีการทำงานของ users ที่ปฏิบัติงานจริง ที่เขาต้องใช้งานแอปพลิเคชันจริง ๆ สำคัญมาก และต้องให้ทั้งทีมผู้บริหาร – ทีมงานเข้าใจตรงกันด้วย 

บรรยากาศการทำงานของทีม Data ใน Design Sprint | Skooldio

Impact ที่ยิ่งใหญ่จาก Design Sprint

แน่นอนว่าแม้ Prototype ที่ใช้เวลาสร้างแค่ 2 วันของแต่ละกลุ่มนั้นจะยังไม่สมบูรณ์ 100% แต่จาก Feedback ที่แต่ละทีมได้ในวันนี้ก็ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่ามีจุดไหนที่สามารถปรับปรุงได้บ้าง และควรพัฒนาต่อไปในทิศทางไหน ทำให้เราได้รู้ว่า prototype ไหนที่มีโอกาสเอาไป implement และไปต่อได้จริง ๆ!

ซึ่ง Impact ที่ยิ่งใหญ่จาก Design Sprint ที่ทุกคนได้ไป คือการที่เราได้ ‘prototype อย่างรวดเร็ว’ พร้อมกับได้ ‘ทดสอบอย่างรวดเร็ว’ ซึ่งอ. ต้า ก็ได้แชร์กับเราว่า การทดสอบนั้นเป็นสิ่งที่มี value สูงสุดแล้ว มันทำให้เรารู้ว่าไอเดียนั้นควรไปต่อ หรือ พอแค่นี้ 

นอกจากนี้การที่เราได้ลองคุยกับ Users จริง ๆ ได้ลงมือทำจริง ก็จะช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้นและเป็นตัวอย่างให้เราสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ต่อยอดกับงานจริงขององค์กรได้!

สัมผัสประสบการณ์ Design Sprint ด้วยตัวเอง!

และแล้ว 3 วัน 2 คืน ใน Design Leadership Bootcamp #6 ก็จบลงแล้ว! สำหรับใครที่อยากเห็น Process เต็ม  ๆ ของ Design Sprint ในแบบฉบับ Skooldio ก็รอติดตามใน Youtube Skooldio ได้เลย

และถ้าใครอยากสัมผัสประสบการณ์ Design Sprint ด้วยตัวเอง ห้ามพลาด! โอกาสเดียวในปี 2026 มาถึงแล้ว กับ Digital Leadership Bootcamp รุ่นที่ 7 : For AI Transformation 

หลักสูตรเข้มข้น 8 สัปดาห์ สร้าง DNA ผู้นำองค์กรยุค AI ครบทุกมิติทั้ง กลยุทธ์ เทคโนโลยี และการบริหารคน การันตีเสียงตอบรับจากนักเรียนว่าเป็นหลักสูตรที่ Transform องค์กรได้จริง!

AI Design Sprint Trip | Skooldio Digital Leadership Bootcamp

ตอบโจทย์ทุกปัญหาที่ผู้นำยุค AI ต้องเจอ!

  • โลกเปลี่ยนเร็ว ธุรกิจกำลังถูก Disrupt
  • รู้ว่า AI สำคัญ แต่ยังไม่ชัดว่าจะเชื่อมเข้ากับกลยุทธ์องค์กรอย่างไร
  • อยากสร้าง S-curve ใหม่ด้วย AI แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี
  • ระบบขององค์กรยังไม่พร้อม (Digital Platform, Ecosystem, Data) การ Transform ไม่เดินหน้าเต็มที่
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ช้า กว่าจะออกสู่ตลาดก็ เสียโอกาสทางธุรกิจ
  • ทีมไม่ Align / เกิด Generation Gap คนรุ่นใหม่รู้เทคโนโลยีเยอะกว่าผู้นำ
  • อยากพาทีมปรับตัว แต่ยังไม่รู้วิธีการเปลี่ยน Mindset, สร้าง Trust และทำให้ทีมกล้า innovate

เรียนรู้จากวิทยากรระดับประเทศ ที่มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับบริษัทระดับโลก คัดสรรความรู้จาก Wisdom ของผู้นำตัวจริง และ Speakers จากบริษัทชั้นนำอีกมากกว่า 10 ท่าน

Digital Leadership Bootcamp | Skooldio

เนื้อหาครอบคลุมทุกมิติของการ Transform องค์กรทั้งระบบสู่การสร้าง AI-First Company ที่แข็งแรง

Lead with Technology

ก้าวทันเทคโนโลยี มองเกมขาด ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ และใช้ AI ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร

Lead with People

เข้าใจและบริหารคน เพื่อพาทีมเปลี่ยนผ่านไปด้วยกันอย่างมั่นคง

เวิร์กชอปและกิจกรรมอัดแน่นกว่า 18 Sessions 

Digital Leadership Bootcamp | Skooldio

ครบทุกมิติในการเรียนรู้ พร้อมนำกลับไปใช้ในองค์กรได้ทันที

AI Design Sprint Executive Trip เข้มข้น 3 วันเต็ม: ที่คุณจะได้สร้าง AI Automation Prototype พร้อมทดสอบการทำงานจริง การันตีด้วยเสียงตอบรับที่ดีทุกรุ่น ว่าเปิดโลกและนำไปใช้ในองค์กรได้จริง! นำโดย ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล Google Certified Sprint Master คนแรกของไทย

Bring Your Team Workshops: ลงมือทำจริงกับเวิร์กชอป AI ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียน พาทีมงานมาร่วมเรียน เพื่อสามารถถต่อยอดความรู้ไปใช้ในองค์กรได้ทันทีหลังจบคลาส บอกเลยว่าครบมาก!

Selective Networking for Real Impact: พูดคุยกับผู้บริหารและผู้นำองค์กรที่ผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การทำเวิร์กชอปในคลาส การแลกเปลี่ยนระหว่างมื้ออาหาร ไปจนถึง Design Sprint Trip ต่างจังหวัดที่ทุกคนได้ทำงานเป็นทีมจริง ๆ และใช้เวลาสร้าง Connection ร่วมกันอย่างใกล้ชิด  

รีบด่วน รับจำนวนจำกัด! ดาวน์โหลด Syllabus และสมัครได้ที่ Digital Leadership Bootcamp รุ่นที่ 7 : For AI Transformation 

และหากองค์กรของคุณสนใจทำ Design Sprint ในองค์กร ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของ Skooldio ได้เลย! ที่ hello@skooldio.com

Digital Leadership Bootcamp

More in:AI

Comments are closed.