5-psychology-ux
Design

5 เทคนิคจิตวิทยา ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจ “ซื้อ” ง่ายโดยไม่รู้ตัว

5 เทคนิคจิตวิทยา ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจ "ซื้อ" ง่ายโดยไม่รู้ตัว | Skooldio Blog

เคยมั้ย? เวลาเข้าเว็บต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชอปปิ้ง จองที่พัก จองตั๋วเครื่องบิน ก็มักจะเห็นข้อความขายของแบบมากมาย ที่ทำให้ต้องรีบตัดสินใจกดซื้อทุกที!!

มาดูกันว่าจิตวิทยามีผลต่อการซื้อสินค้าอย่างไรบ้าง

Skooldio ขอยกตัวอย่างที่น่าสนใจ 5 เทคนิคจิตวิทยามาประกอบการออกแบบ UX (User Experience) / UI (User Interface) ของ Digital Product ที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อของ “ง่ายขึ้น” แบบไม่รู้ตัว

Loss aversion (ความกลัวการสูญเสีย) | Skooldio Blog - 5 เทคนิคจิตวิทยา ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจ "ซื้อ" ง่ายโดยไม่รู้ตัว

1. Loss aversion (ความกลัวการสูญเสีย)

จากรูปถ้าคุณเลือก B
นั่นเป็นเพราะคนส่วนใหญ่มักกลัวการสูญเสีย ตามหลักการของ Loss aversion (ความกลัวการสูญเสีย)

คนเราเสียใจในสิ่งที่เราสูญเสียมากกว่าดีใจในสิ่งที่เราได้รับ ดังนั้นการใช้คำพูดที่สื่อถึงการสูญเสีย เช่น การเสียโอกาสที่จะได้ส่วนลด จะดึงดูดกว่าการใช้คำพูดสื่อถึงการได้รับ เช่น ได้รับส่วนลด

Reference: Kahneman and Tversky (1992)


Framing (การวางกรอบ) | Skooldio Blog - 5 เทคนิคจิตวิทยา ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจ "ซื้อ" ง่ายโดยไม่รู้ตัว

2. Framing (การวางกรอบ)

เลือก B แบบไม่ต้องคิดเลย
นั่นเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ที่มักจะเลือกสินค้าที่แสดงถึงสิ่งที่ตัวเองสนใจ เช่น ในภาพคนมักจะสนใจ non-fat ซึ่งดีต่อสุขภาพ มากกว่า fat ดังนั้น คนจึงมักจะเลือกนม 95% non-fat มากกว่า 5% fat แม้ว่าจริงๆ แล้วท้ังคู่คือสิ่งเดียวกัน

หรืออีกตัวอย่างที่เห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน นมใหม่! น้ำตาลน้อยกว่า 2% จะฟังดูน่าซื้อมาก แม้ว่าจะมีน้ำตาลมากถึง 15 กรัมต่อกล่องก็ตาม 😂😂

หลักการนี้เรียกว่า Framing (การวางกรอบ) ซึ่งเป็นวิธีการที่นำเอาจุดดีมาพูดเพื่อการโน้มน้าวผู้คน เช่น ถ้าหมออยากให้คนไข้รักษาด้วยวิธีการผ่าตัดที่ “มีโอกาสเสี่ยง 10% ที่จะเสียชีวิต” จะใช้คำพูดแทนว่า “มีโอกาสผ่าตัดแล้วสำเร็จถึง 90%”

ซึ่งหลักการ Framing สามารถนำไปใช้ในการออกแบบปุ่มกดเพื่อดึงดูด user ได้อีกด้วย

Reference: Tversky and Kahneman (1981)


Power of Free | Skooldio Blog - 5 เทคนิคจิตวิทยา ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจ "ซื้อ" ง่ายโดยไม่รู้ตัว

3. Power of free

ใครๆ ก็เลือก B จะไปยอมเสียค่าส่งทำไม 🤣
นั่นเป็นเพราะคนมักจะชอบและให้ความสำคัญกับคำว่า “ฟรี” นั่นเอง จะเห็นคำเหล่านี้ได้ตาม E-commerce ต่างๆ ส่งฟรีทั่วไทย (เมื่อซื้อขั้นต่ำ…บาท 🙄)

Dan Ariely ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม ให้หลักการเกี่ยว Power of free เอาไว้ว่า คนเราให้ความสำคัญกับคำว่า “ฟรี” เป็นอย่างมาก เพราะเป็นเหมือนกับการได้โดยไม่ต้องสูญเสียอะไรเลย

นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้บางครั้งเมื่อเราเห็นคำว่า “ฟรี” เราจะชอบสินค้านั้นมากกว่าอย่างไม่เป็นเหตุเป็นผล เช่น กรณีนี้ที่หลายๆ คนชอบ B มากกว่า A ในภาพ แม้ว่าผลรวมราคาทั้งหมดจะเท่ากัน

Reference: Dan Ariely (2007)


Scarcity (ความขาดแคลน) | Skooldio Blog - 5 เทคนิคจิตวิทยา ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจ "ซื้อ" ง่ายโดยไม่รู้ตัว

4. Scarcity (ความขาดแคลน)

เลือก B แบบไม่คิดชีวิต 🔥🔥
นั่นเป็นเพราะคนส่วนใหญ่จะรู้สึกกลัวว่าจะห้องจะหมดและต้องรีบซื้อตอนนี้เลย เรียกว่าเป็นมุกหากินของแอปฯ จองที่พักเลยก็ว่าได้ เหลืออีก…ห้อง / อีก…คนกำลังดูสิ่งนี้ / มีการจองไปแล้วกว่า…ห้อง

การเสนอการขายแบบนี้เป็นการใช้หลักการ Scarcity (ความขาดแคลน) คือ แสดงให้เห็นว่าสินค้าน้ันเหลือน้อยแล้ว ทำให้ช่วยดึงดูดความสนใจของคนมากขึ้น และยังเป็นการช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อของลูกค้าให้รู้สึกว่าต้องรีบซื้อก่อนของจะหมดอีกด้วย

Reference: Brock (1968)


Rule of 100 | Skooldio Blog - 5 เทคนิคจิตวิทยา ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจ "ซื้อ" ง่ายโดยไม่รู้ตัว

5. Rule of 100

ถ้าเลือก B
นั่นเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ที่มักจะคิดว่า การลด 15% คุ้มกว่าการลด 7.5 บาท เนื่องจากตัวเลขของส่วนลดดูเยอะกว่า

สิ่งนี้มาจากหลักการ Rule of 100 ของ Jonah Berger ศาสตราจารย์ด้านการตลาดจาก Wharton School of the University of Pennsylvania ที่กล่าวว่าสินค้าราคาต่ำกว่า 100 ควรใช้ส่วนลดเป็น % เพื่อที่จะให้ความรู้สึกว่าได้รับการลดมากกว่าการใช้การลดแบบเป็นจำนวนเงิน

ในทางกลับกันถ้าสินค้ามีราคาเกินกว่า 100 การใช้ส่วนลดด้วยจำนวนเงินอาจจะทำให้รู้สึกลดมากกว่าเป็น %

Reference: Jonah Berger (2013)


สรุป 5 เทคนิคจิตวิทยา | Skooldio Blog - 5 เทคนิคจิตวิทยา ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจ "ซื้อ" ง่ายโดยไม่รู้ตัว

สรุป 5 เทคนิคจิตวิทยา หรือ หลัก Digital Psychology ง่ายๆ ที่ช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้าของคุณได้ง่ายขึ้น

1. สร้างให้เกิดความสูญเสีย
2. เลือกมุมพูดที่ลูกค้าสนใจ
3. สร้างความขาดแคลน
4. ทำบางอย่างให้ “ฟรี”
5. ต่ำกว่า 100 ลด % มากกว่า 100 ลดเงิน


Psychology and UX workshop by Skooldio | Skooldio Blog - 5 เทคนิคจิตวิทยา ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจ "ซื้อ" ง่ายโดยไม่รู้ตัว

ขายของ! เรื่องจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ!
ยิ่งรู้ ยิ่งเข้าใจ ยิ่งมีเทคนิคไปใช้ขายของได้อีกเพียบ!!

พบกับเทคนิค ตัวอย่าง และ Case studies ด้านจิตวิทยาและการออกแบบเพิ่มเติมได้ในเวิร์คชอป Psychology and UX
อย่ารอช้า คอร์สนี้ฮอตสุดๆ ไม่มาเรียนถือว่า พลาด!!

You may also like

อยากเป็น UX/UI Designer ต้องเรียนอะไร
Design

อยากเป็น UX/UI Designer ต้องเรียนอะไร? แนะนำเส้นทางพาคุณย้ายสายสู่นักออกแบบบน Digital Product

ตอนนี้หลายคนคงกำลังสนใจสายงานใหม่มาแรงอย่าง UX/UI Designer ที่กำลังเป็นที่สนใจ และเป็นที่ต้องการในตลาดอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นบริษัทแบบไหนต่างก็ต้องปรับตัวออก Digital Product อย่าง Website หรือ Application ออกมา  แต่เป็นอาชีพที่มีความรู้เฉพาะตัวแบบนี้ ต้องเริ่มเรียน ...
Business

ทำความรู้จัก Voxel Art งานกราฟิก 3D ยอดฮิตที่สร้างได้ตั้งแต่ Item, Character ยันเมือง

หลายๆ คนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับงานภาพสไตล์ Pixel Art หรืองานภาพ Computer Graphic แบบ 8bit ที่ทำให้เรานึกถึงอดีตกันมาบ้างแล้ว (ถ้าใครนึกไม่ออกก็ลองคิดถึงภาพ Arcade Game อย่าง Pac-Man ...

More in:Design

Design

รวม Figma Plugin 2022 ออกแบบไว ใช้งานได้จริง!

ในยุคที่คนทำงานออกแบบ UX/UI เกือบทุกคนหันมาใช้เครื่องมือมาแรงแห่งยุคอย่าง Figma กันอย่างจริงจัง เนื่องจากหน้าโปรแกรมที่เข้าใจง่าย ส่งต่องานกับทีมได้อย่างไม่มีสะดุด ใช้งานแบบฟรีก็ทำได้ แถมมาพร้อมลูกเล่นมากมายที่ช่วยให้งานออกแบบในยุคนี้ทำได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน มี Community ที่เปิดให้ทุกคนมาแชร์ widgets หรือ plugins ...
Design

Figma คืออะไร? ทำไมถึงเป็น Tool มาแรงที่สุดในวงการ Design!

Figma คืออะไร ??? ทำไมจึงเป็นเครื่องมือออกแบบอันดับ 1 ที่ UXUI Designer ทั่วโลกเลือกใช้  Figma คือเครื่องมือออกแบบที่ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในปี 2022 โดยสามารถใช้ออกแบบได้ตั้งแต่เว็บไซต์, ...
UX Writing คืออะไร Design

ไขข้อข้องใจ! UX Writing คืออะไร ทำไมสำคัญกับ Product พร้อมตัวอย่างน่าสนใจ

UX Writing คืออะไร? ทำไมต้องรู้จักคำนี้ด้วยนะ? คุณอาจจะเคยผ่านการใช้งาน Application มากหน้าหลายตาในแต่ละวัน ซึ่งแอปฯ บางตัวก็ทำให้คุณรู้สึกดีตลอดการใช้งาน เข้าแล้วไม่อยากออก เข้าแล้วอยากเข้ามาใช้บ่อยๆ ทุกวัน แต่กลับกันกับแอปฯ บางตัวที่ทำให้คุณหงุดหงิดใจตลอดการใช้งาน อยากออกแทบตาย ...
Web Design Font Pairing Design

เทคนิคการจับคู่ฟอนต์ไม่ให้เละ ฉบับ Web Designer มือโปร

หนึ่งในปัญหาใหญ่ของคนเริ่มต้นออกแบบเว็บ คือเรื่องของการเลือกใช้ฟอนต์ที่ดูเหมือนง่ายแต่ยาก ยิ่งเป็นเรื่องของการจับคู่ฟอนต์ที่ต่างกันให้มาอยู่ด้วยกันอย่างลงตัวสวยงามยิ่งยากเข้าไปใหญ่ วันนี้เราเลยนำรวมเทคนิคดีๆ ในการจับคู่ฟอนต์ฉบับ Web Designer มือโปรมาเล่าสู่กันฟัง 1.ใช้ฟอนต์ที่ให้ระดับอารมณ์แตกต่างกัน หน้าตาของฟอนต์มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของคนอ่าน การลองจับคู่ฟอนต์ที่ให้อารมณ์แตกต่างกันจะช่วยให้หน้าเว็บดูมีลูกเล่น น่าสนใจ ไม่ราบเรียบจนเกินไป ก่อนที่จะเลือกจับคู่ฟอนต์ ต้องพิจารณาก่อนว่าบุคลิกเว็บที่เรากำลังออกแบบเป็นอย่างไร ...

Comments are closed.