Growth 10X as an Intern @Skooldio

จบไปแล้วกับ Summer Intern ที่ Skooldio วันนี้จะมาเล่าว่า ‘จบปี 2 อยากลองหาประสบการณ์ แล้วมา Intern ที่นี่ได้ทำอะไรไปบ้างและได้อัพสกิลไปแค่ไหน’

วันที่สองหลังจาก orientation ก็ได้รับ assign งานมา 2 โปรเจคหลัก โดยพี่ Ta Virot Chiraphadhanakul และพี่ตง ที่น่าตื่นเต้นและตกใจคือเป็นงานระดับ production ที่ต้องให้ลูกค้าใช้จริงทั้งคู่ 😮

  1. Chatbot in Facebook Messenger — ทำอย่างไรให้บอทตอบคำถามซ้ำๆได้ คำถามยากๆก็เปลี่ยนเทรดมาให้แอดมินตอบได้
  2. Realtime Feedback for Workshop — ทำอย่างไรให้อาจารย์รู้ความคิดเห็นของผู้เรียนได้แบบทันที จะได้ปรับการสอนได้ทัน เพราะผู้เรียนมักจะไม่ค่อยถามเมื่อไม่เข้าใจ
    แต่! ยังไม่หมด หลังจากทำ 2 โปรเจคเสร็จก่อน ก็เลยได้งานเพิ่มมา
  3. (Additional) Push Noti to Slack with Google Calendar API — แจ้งเตือนข้อมูลของ workshop event บน calendar เข้าไปในห้องแชทของ Slack แบบ semi-advanced (Calendar App บน Slack มัน customize ได้ไม่พอกับ requirment ที่พี่ๆเค้าต้องการ เลยต้องมาโค้ดเองและตั้งชื่อว่า semi-advanced 😁)

งานแรกคือ Chatbot ก็โชคดีที่เราก็เคยทำมา ทำให้ยังไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ แต่ตัว Realtime Feedback นี่แหละปัญหา ที่พี่เค้าเสนอมาคือ อยากให้เป็นเว็บไซต์ แต่เราก็ยังมองภาพไม่ออกว่าจะทำยังไง เพราะเคยทำแต่เว็บแบบ static page ง่ายๆ และเว็บอีคอมเมิร์ซที่เคยทำก็จะใช้ WordPress ซึ่งแค่หา plugin ดีๆ กด install ก็ใช้งานได้ แต่งานนี้อาจต้องทำตั้งแต่เริ่มต้นทั้งหมด ตอนนั้นคิดในใจว่า 2 เดือนจะเสร็จไหม? 🤔


พูดมาเยอะ มาดูกันเลยดีกว่าว่างานที่เสร็จแล้วเป็นไง

  1. Chatbot in Facebook Messenger
    Tools: Dialogflow, Cloud Functions for Firebase
    Features: การตอบข้อความธรรมดาๆทั่วไปเราก็จะโยน event ให้ Dialogflow เป็นตัว handle ส่วนข้อความที่มี dynamic มากขึ้น เช่น ต้องดึงข้อมูลของ workshop และ course มาแสดง, การเปลี่ยนเทรดไปหาแอดมินให้มาตอบ เมื่อคำถามยากไปสำหรับบอท Cloud Functions ก็จะมา handle ส่วนนี้
    ลองเข้าไปเล่นกันครับ m.me/skooldio เป็นยังไงก็มาคอมเมนต์ไว้ในโพสต์นี้ได้เลย!
    Addition: พี่ต้า MD ของเราก็อยากให้ chatbot ดูมี charactor มากขึ้น ก็เลยใช้อีโมจิรูปแมวตัวนี้ 😺 เป็นตัวแทนของ chatbot ให้ดูน่ารัก น่าคุยมากขึ้น (มั้ง)

 


2. Realtime Feedback for Workshop — ตั้งชื่อมันว่า SkoolFeed ซึ่งเป็นชื่อที่เราตั้งขึ้นมาเอง มาจาก Skooldio + Feedback แต่พี่ต้า MD ของเราก็ยังไม่ถูกใจนัก 😅
Tools: Cloud Functions for Firebase (express, ejs, bootstrap), Firebase Hosting, Firebase Realtime Database
Features: ผู้เรียนสามารถส่งอีโมจิบอกอารมณ์และคอมเมนต์ได้
ผู้สอนจะเห็นข้อมูลได้เเบบ realtime
ผู้สอนสามารถเปลี่ยนไปที่ Quiz Mode เพื่อเช็คความเข้าใจของผู้เรียนได้
หลังจบคลาสจะ redirect ไปที่หน้า Google Form เพื่อให้ผู้เรียนกรอกแบบประเมินเกี่ยวกับคลาส
Addition: งานนี้ได้พี่เจน Designer ของ Skooldio มาออกแบบให้ เว็บออกก็เลยมาดูดีอย่างที่เห็น ✨

ผู้เรียนเข้าสู่ห้องเรียนโดยการสแกน Dynamic QR Code

 

 

ผู้เรียนสามารถส่ง emoji และ comment ได้ตลอดเวลา


Quiz Mode และ Redirect ไปที่ Google Form หลังจบคลาส


3. Push Noti to Slack with Google Calendar API
Tools: Google Script Editor, Calendar API
Features: แจ้งเตือนการจัดเตรียม workshop เป็นราย 30, 14, 7, 3 วัน โดยลิงค์กับ Google Calendar เข้าไปในห้องแชทและ tag ผู้รับผิดชอบด้วย slackID โดยแต่ละวันก็จะยิง noti ที่เซตไว้แตกต่างกันไป เช่น ก่อน Workshop A 14 วัน – เช็คว่าผู้สอนส่งสไลด์มาหรือยัง…


Reflection: พองานเสร็จแล้วมีเวลาก็มานั่ง reflect กับตัวเองว่า ทำไมเราถึงทำงานเสร็จได้ ทั้งๆที่เริ่มต้นแทบไม่รู้อะไรเลย ก็สรุปออกมาได้ประมาณนี้
Trust — เป็นอยากแรกที่นึกถึงเลย เพราะตั้งแต่ที่ถูก assign งาน พี่ๆเค้าก็เชื่อว่าเราจะทำงานออกมาให้เสร็จได้ ดังนั้นเราก็ต้องเชื่อว่าเราจะทำได้ ไม่งั้นคงไม่มีแรงที่จะทำงาน
Production State — เป็นงานที่ต้องให้ลูกค้าของ Skooldio ใช้ ดังนั้นถ้าทำไม่ดี ภาพของบริษัทก็จะแย่ไปด้วย เราเลือกมา intern ที่นี่แล้วก็ต้องอย่าทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทแย่ลงจริงมั้ย…
Pressure — ทั้งสองอย่างข้างบนก็เลยกลายเป็นทั้งแรกกดดันและผลักดันให้เรากล้าที่จะทำอะไรที่มันยากมากขึ้นได้ ถ้าไม่ได้มีประสบการณ์ครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าเราจะมีโอกาสผลักดันตัวเองได้มากขนาดนี้หรือเปล่า
Reader & Searcher — ส่วนนี้ก็ต้องขอบคุณ online community ที่มีอยู่จำนวนมากบนโลกอินเทอร์เน็ต ทำให้เราสามารถหาความรู้ได้ง่ายและรวดเร็ว ข้อมูลมีอยู่มากมายก็อยู่ที่เราว่าจะเสิร์ชหาและและอ่านมันหรือเปล่า

Conclusion: งานที่ได้รับมาส่วนใหญ่เลยเป็นเรื่องที่ยังไม่เคยทำมาก่อน และถึงจะเรียน com. engineer เราเองก็ไม่เคยคิดว่าจะสร้างอะไรขึ้นมาเองได้เพราะปกติก็จะใช้อะไรที่มันสำเร็จรูป เช่น WordPress ทำให้ตอนแรกๆที่ทำก็เครียดมากกลัวว่างานจะไม่เสร็จก็เลยทุ่มเทเต็มที่ เทคนิคที่ใช้ คือ ตอนแรกยังไม่รู้จะเริ่มยังไงก็อ่าน doc. ของ tools ที่เราจะใช้ พอเริ่มทำแล้วมีปัญหาก็เปิด stackoverflow เอา หาทางแก้เองไม่ได้ก็เดินไปปรึกษาพี่ๆ ทำยังงี้วนไปเรื่อยๆ และแล้วงานมันก็เสร็จได้ แถมเสร็จทันก่อนจบฝึกงานด้วย 🎊

P.S. อยากบอกว่า มา intern ที่นี่ได้ learning curve ที่สูงมากและได้อัพสกิลกลับไปจริงๆ สภาพการทำงานเต็มไปด้วยเสียงเฮฮา 🤣 หลังเลิกงานก็ตีปิงปอง 🏓 ทำงานได้แบบไม่เครียดเกินไป ไม่อยากกลับไปเรียนแล้ว 5555. 🚩