Blitzscaling
Business

Blitzscaling หนังสือแนะนำสำหรับการขยายธุรกิจอย่างก้าวกระโดด

Blitzscaling เป็นหนังสือที่ว่าด้วยกลยุทธ์ที่บริษัทใหญ่ๆ ในปัจจุบัน ใช้ในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด เพิ่มกำไร เร่งการเติบโต และกลายมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ภายในเวลาอันรวดเร็ว

หนังสือ ‘Blitzscaling’

หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนโดย Reid Hoffman ซึ่งเป็น co-founder ของ LinkedIn, เป็น angel investor, และเป็นอดีต COO ของ PayPal ร่วมกับ Chris Yeh นักลงทุน angel investor ที่ต้องการจะแบ่งปันประสบการณ์และสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากการขยายธุรกิจหลายๆ แห่งได้อย่างรวดเร็ว มาช่วยทำให้ผู้ก่อตั้งกิจการทั้งหลายสามารถสร้างธุรกิจให้ได้ส่วนแบ่งทางการตลาด และได้ผลกำไรภายในเวลาอันสั้น

คำว่า blitzscaling นั้นมาหมายถึงการเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเดินหน้าไปอย่างยั่งยืนในเวลาเดียวกัน ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้ ธุรกิจจะต้องผ่านอุปสรรคใหญ่ๆไปให้ได้ นั่นคือ คุณต้องหา product-market fit ให้เจอ และ คุณต้องทำให้วิธีการบริหารธุรกิจของคุณสามารถรองรับการขยายตัวออกไปได้พร้อมกันอีกด้วย

หนังสือเล่มนี้ประกอบไปด้วย 3 หัวข้อใหญ่ๆ ได้แก่

ช่วงที่ 1: blitzscaling ไม่ใช่เพียงแค่การเติบโตอย่างรวดเร็วได้เท่านั้น แต่คือการทำธุรกิจให้มั่นคงยั่งยืนไปด้วยพร้อมๆกัน

ในช่วงนี้ ได้กล่าวถึงการเติบโตอย่างรวดเร็ว ว่าเป็นสิ่งที่บริษัทสตาร์ตอัพต่างใฝ่ฝัน แต่ในความเป็นจริงนั้นกลับไม่ใช่เรื่องที่ง่าย หรือสวยงามอย่างที่คิดเลย เพราะเมื่อธุรกิจเริ่มขยาย และมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาสั้นๆนั้น จะทำให้โครงสร้างการบริหารที่มีอยู่เดิมนั้น ไม่แข็งแรงพอ หรือไม่ยืดหยุ่นพอที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ทัน

คุณอาจจะมีวิธีการทำงานที่ดีสำหรับลูกค้าจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อจำนวนลูกค้าของคุณเพิ่มขึ้นจาก 1 ล้านคน เป็น 10 ล้านคน เป็น 100 ล้านคน วิธีการทำงานแบบเดิมของคุณอาจใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว ตรงนี้เองที่ Hoffman บอกว่า องค์กรจำเป็นต้องปรับปรุง หรือเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับวิธีการบริหารงาน เพื่อทำให้องค์กรสามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์แบบนี้ให้ได้ด้วย

‘Blitz’ เป็นภาษาเยอรมัน ที่แปลว่า ‘แสง’ ซึ่งตีความได้อีกอย่างว่า ‘อย่างรวดเร็ว’ ขณะที่ ‘Scaling’ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ การพัฒนาธุรกิจโดยคงสัดส่วนของการทำงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแรงงาน วัตถุดิบไว้เท่าเดิม และส่วนที่สองคือ การทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพื่อรองรับให้บริการลูกค้าเป็นล้านๆ คนได้

เมื่อนำมารวมกัน Blitzscaling จึงหมายความถึง กระบวนการในการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว อย่างก้าวกระโดด เพื่อรองรับลูกค้าจำนวนมหาศาล โดยที่ต้องปรับโครงสร้างการบริหารงานให้สอดคล้องกับการเติบโตอย่างรวดเร็วนั้น เพื่อให้การเติบโตเป็นไปอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ช่วงที่ 2: ในการ blitzscaling องค์กรจะต้องบรรลุปัจจัยต่อการเติบโตทั้งหมด 4 ข้อ

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนั้น เคยเป็นไปในรูปแบบของการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว วิธีหนึ่งที่ growth hackers หลายๆคนเคยใช้ ก็คือการเร่งการเติบโตขององค์กรให้เป็นขนาดใหญ่ได้ก่อน จากนั้นจึงค่อยมองหาแผนทางธุรกิจเข้ามารอบรับ แต่วิธีนี้อาจไม่ได้ผลอีกแล้ว

Reid Hoffman บอกว่า มีปัจจัยที่จะช่วยให้องค์กรเติบโตได้ 4 ข้อ ซึ่งหากองค์กรสามารถทำได้ครบทั้ง 4 ข้อ ก็จะสามารถทำให้เกิด Blitzscaling ขึ้นได้ ซึ่งแม้ว่าจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละธุรกิจ แต่หากว่าองค์กรต้องการที่จะประสบความสำเร็จ พวกเขาจะต้องสร้างปัจจัยเหล่านี้ขึ้นมาให้ครบทุกข้อ แล้ว 4 ข้อนี้มีอะไรบ้าง?

ปัจจัยที่ 1: สร้าง network effects ให้ได้ โดย network effects นี้ คือการที่ผู้ใช้งานหรือลูกค้าเดิมนั้น สามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ใช้งานรายอื่นๆ หรือผู้ใช้งานใหม่ๆได้ และยังสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้งาน ในการกลับเข้ามาใช้งานสินค้าและบริการของคุณในอนาคตด้วย ยกตัวอย่าง เครื่อง fax นั้นไม่สามารถสร้างประโยชน์แก่ผู้ใช้งานเพียงคนเดียว แต่จะสร้างประโยชน์ก็ต่อเมื่อมีผู้ใช้งานเครื่อง Fax คนที่ 2 คนที่ 3 ที่สามารถรับ-ส่งข้อมูลต่อกันไปเรื่อยๆ เป็นต้น นี่คือประโยชน์ของ network effects

Image by Thomas Breher from Pixabay

ปัจจัยที่ 2: ขนาดของตลาดต้องใหญ่พอ สิ่งที่บริษัทสตาร์ตอัพนั้นชอบทำ คือการเลือกที่จะเริ่มต้นจากผู้ใช้งานกลุ่มเฉพาะ แล้วจึงขยายไปยังตลาดที่ใหญ่ขึ้น ไปยังคนทั่วๆไป แต่คุณต้องมองให้ออก ว่าสินค้าและบริการของคุณนั้นจะมีลูกค้ามากเพียงพอหรือไม่ เพราะหากคุณจับตลาดที่เล็กเกินไป จะทำให้คุณไม่สามารถขยายตลาดออกไปได้ตามที่คุณต้องการได้ ยกตัวอย่าง คุณตัดสินใจเปิดร้านขาย หรือให้บริการสักอย่างขึ้นมา คุณอาจจะพบว่าธุรกิจนั้นไปได้ดี มีลูกค้าเข้าร้านในระดับที่คุณพอใจ แต่ถึงจุดหนึ่งที่จะต้องขยายกิจการ คุณกลับขยายเพิ่มไม่ได้ เพียงเพราะธุรกิจของคุณนั้น อาจไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าทางออนไลน์ได้ เป็นต้น

Image by athree23 from Pixabay

ปัจจัยที่ 3: เลือกวิธีการกระจายสินค้าให้เหมาะสม คุณต้องเลือกช่องทางในการส่งมอบสินค้าของคุณให้สอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจด้วย โดยคุณอาจจะใช้วิธีเดียวกันกับที่ Amazon ที่เลือกใช้ไปรษณีย์สหรัฐฯ ในการส่งสินค้าให้กับลูกค้า หรืออาจจะสร้างความรู้สึกอยากบอกต่อ หรือเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับลูกค้า แล้วให้พวกเขาเป็นผู้ช่วยของคุณ ในการแนะนำสินค้าและบริการให้กับคนรอบๆตัวของเขาได้เช่นกัน

Image by Ryan McGuire from Pixabay

ปัจจัยที่ 4: สร้างกำไรให้ได้มากที่สุด หรือคุณอาจจะกำหนดกำไรต่อหน่วยให้ได้มากที่สุด นั่นอาจจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละธุรกิจ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ ยิ่งคุณมีเงินเหลือจากกระบวนการทำงานมากเท่าไร คุณก็จะมีเงินเหลือไว้สำหรับการลงทุนเพิ่มขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การขายนั้นนับว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่ยากที่สุดในการขยายธุรกิจ ที่คุณจะต้องวางแผนให้รอบคอบทีเดียว

Image by TheDigitalWay from Pixabay

ช่วงที่ 3: องค์กรจะต้องเอาชนะ 2 อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดให้ได้ นั่นคือ การหา product-market fit ให้เจอ และ ต้องทำให้ธุรกิจสามารถขยายออกไปได้

ถึงแม้ว่าปัจจัยทั้ง 4 ข้อนี้จากช่วงที่แล้ว จะช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม Reid Hoffman บอกว่า ยังมีอุปสรรคอีก 2 ข้อที่อาจจะขัดขวางไม่ให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้ตามเป้า นั่นคือ การหา product-market fit และ คุณต้องทำให้การบริหารธุรกิจของคุณสามารถรองรับการขยายตัวออกไปได้

ตั้งแต่วันคุณเริ่มเดาความต้องการของลูกค้า มีโอกาสเป็นอย่างมากที่คุณอาจจะต้องเข้าไปปรับเปลี่ยนสินค้าและบริการของคุณ มีสตาร์ตอัพชื่อดังหลายรายที่เคยต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจของตนเองอยู่หลายครั้ง กว่าจะพบกับสินค้าที่ลูกค้าต้องการจริงๆ เช่น PayPal ต้องปรับกลยุทธ์ถึง 4 ครั้ง, Instagram ต้องเปลี่ยนจากแอปเครือข่ายสังคมท้องถิ่น มาเป็นแอปที่ใช้แชร์รูปเพียงอย่างเดียว, ขณะที่ Medium เปลี่ยนจากงานโฆษณา มาเป็นแอปสำหรับติดตามคอนเทนต์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอะไร แต่กลับเป็นเรื่องจำเป็นที่อาจจะเกิดขึ้น หากคุณต้องการไนำธุรกิจของคุณให้เอาตัวรอดได้

Image by Alexas_Fotos from Pixabay

อุปสรรคอีกข้อหนึ่งก็คือ ความสามารถในการบริหารจัดการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างองค์กร แรงงาน หรือวัตถุดิบต่างๆเพื่อช่วยให้คุณสามารถส่งมอบสินค้าและบริการของคุณให้กับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของลูกค้าได้ อุปสรรคนี้นับเป็นเรื่องเล็กมากสำหรับองค์กรด้านเทคโนโลยี แต่กับองค์กรที่เน้นด้านการผลิตเป็นหลัก คุณจะต้องเจอกับปัญหาหนักอย่างแน่นอนหากคุณไม่สามารถหาวัตถุดิบ ผู้ส่งมอบวัตถุดิบ หรือแรงงานได้ทันเวลา

Image by Jarosław Bialik from Pixabay

สรุป

Blitzscaling นับว่าเป็นหนังสือที่เล่าถึงเคล็ดลับของหลายๆ Startups ที่ประสบความสำเร็จเป็นพลุแตก ‘Blitzscale’ เป็นแนวทางการบริหารที่ให้ความสำคัญกับ ‘ความเร็ว’ เหนือ ‘ประสิทธิภาพ’ ภายใต้ความไม่แน่นอนของธุรกิจ และขับเคลื่อนองค์กรจากสตาร์ตอัพให้เป็น ‘Scaleup’ อย่างรวดเร็ว เพื่อก้าวสู่การเป็นเจ้าตลาดก่อนคู่แข่ง นับว่าเป็นหนังสือที่ผู้บริหารไม่ควรพลาดอีกเล่มหนึ่งเลย

Goodreads: 4.06 (1,777 ratings)

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.blitzscaling.com/

You may also like

blogcover-OKRs Google
Business

ตัวอย่างการเขียน OKRs ที่ทำให้ Google Chrome กลายเป็นเว็บเบราว์เซอร์อันดับหนึ่งของโลก

ตัวอย่างการเขียน OKRs ของ Google Chrome เขียน OKRs อย่างไร ถึงแซง Internet Explorer เป็นเว็บเบราว์เซอร์อันดับหนึ่งของโลกได้? ทุกวันนี้เราใช้เว็บเบราว์เซอร์อะไรอยู่? แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่แทบจะตอบได้ทันทีว่าเป็น Google ...
what is okrs blog cover
Business

OKRs คืออะไร ทำไมถึงสำคัญกับโลกธุรกิจทุกวันนี้

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า OKRs กันมาบ้างในช่วงหลายปีนี้ คนที่ทำงานในองค์กรต่างๆ อาจมีโอกาสได้ลองใช้แนวคิดนี้ในการทำงาน แต่แน่ใจแล้วหรือว่าคุณเข้าใจว่า OKRs คืออะไร มีที่มาอย่างไร แล้วทำไมถึงเป็น Framework ที่องค์กรอย่าง Google และอีกหลายองค์กรชั้นนำในทุกวันนี้ให้ความสำคัญ พร้อมนำไปปรับใช้อย่างแพร่หลาย ...

More in:Business

Business

ทำความรู้จัก Voxel Art งานกราฟิก 3D ยอดฮิตที่สร้างได้ตั้งแต่ Item, Character ยันเมือง

หลายๆ คนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับงานภาพสไตล์ Pixel Art หรืองานภาพ Computer Graphic แบบ 8bit ที่ทำให้เรานึกถึงอดีตกันมาบ้างแล้ว (ถ้าใครนึกไม่ออกก็ลองคิดถึงภาพ Arcade Game อย่าง Pac-Man ...
burnout-boreout-brownout Business

Burnout, Boreout, Brownout 3 ภาวะเบื่องานที่คนยุคนี้เผชิญ

ในชีวิตคนทำงานคงปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายๆ ครั้งต้องเผชิญกับช่วงที่ตัวเองรู้สึกหมดไฟ (Burnout) ในงานที่ทำอยู่ หรือรู้สึกเบื่อหน่ายกับงานที่มี ไม่ว่าจะเป็นเพราะความเครียดจากงาน สภาแวดล้อม หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานกันเอง จนหลายๆ ครั้งจบลงที่การลาออก เพื่อย้ายไปทำงานที่ใหม่ หรือในอีกกรณีก็อาจตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าไปได้เลย Table of ContentsBurnout, ...
PESTEL Skooldio Blog Business

PESTEL คืออะไร มารู้จักเครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้มตลาดที่คนเริ่มต้นทำธุรกิจควรรู้

อยากเริ่มต้นทำธุรกิจ หรือออก Product ใหม่แต่ไม่รู้ว่าต้องคิดถึงอะไรบ้าง? มาทำความรู้จักกับ PESTEL Framework ‘เครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้มตลาด’ กันดีกว่า Table of ContentsPESTEL คืออะไร?PESTEL ย่อมาจากอะไร?P หรือ ...

Comments are closed.