Software Architecture
Technology

3 Software Architecture Design ที่นิยมใช้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่

ในการออกแบบซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ในองค์กร มักจะมีการทำงานร่วมกันโดยคนจำนวนมาก หากเราต่างคนต่างเขียนซอฟต์แวร์ไปในทางที่ตัวเองเห็นว่าดี ซอฟต์แวร์ที่แต่ละคนทำก็อาจจะทำงานร่วมกันไม่ได้หรือมีปัญหาตอนที่ Integrate เป็น Solution ใหญ่ ดังนั้น การทำซอฟต์แวร์ในระดับนั้นจึงจำเป็นต้องมีการแบ่งสันปันส่วน และมีการออกแบบ Software Architecture เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้ดีและมองเห็นภาพรวมไปในทางเดียวกัน ทั้งระหว่างนักพัฒนาในทีมพัฒนากันเอง และระหว่างทีมพัฒนาและทีมธุรกิจ รวมไปถึงทีมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้หลังพัฒนาเสร็จยังต้องสามารถดูแลต่อได้ทั้งงานซัพพอร์ต แก้ไขปัญหาบั๊ก และการพัฒนาต่อยอดเพิ่มเติมได้ในอนาคต

องค์ความรู้ Software Architecture Design เป็นหนึ่งใน Hard Skill ที่เชื่อมกับ Soft Skill สำคัญของ Programmer ที่ควรเรียนรู้ หากคุณต้องการเติบโตในสายงาน Tech ไม่ว่าจะเป็น Senior Software Developer หรือ Tech Lead ซึ่งสำคัญมาก ๆ ที่ต้องมองภาพรวมของโครงสร้างระบบให้ออก โดยเฉพาะ Programmer ที่ต้องพัฒนาซอฟต์แวร์อยู่บนระบบขนาดใหญ่ในระดับองค์กร

เรามาดู 3 Software Architecture Patterns พื้นฐานที่นิยมใช้ในการออกแบบซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ โดยเน้นไปที่เรื่องของรูปแบบการร่วมมือ (Collaboration Pattern) ต่าง ๆ จะมีข้อมูลน่าสนใจยังไงบ้างไปดูกันเลย

Specialist Collaboration

Software Architecture

Specialist Collaboration

ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบขนาดใหญ่ที่มีหลายส่วนการทำงานของทีม Developer หลาย ๆ ทีม (Specialist Team) รวมกัน ทำให้มี Class หรือ มี Object จำนวนมากในระบบจึงต้องมีการจัดกลุ่ม เพื่อที่จะสามารถแบ่งโค้ดส่วนต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ ให้ทีม Developer ทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น

เพราะระบบซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ย่อมมีการพัฒนาระบบอยู่สม่ำเสมอ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หรือ พัฒนาต่อยอดระบบให้การใช้งานดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นฝั่ง Front End, Back End หรือ Database การพัฒนาหรือการแก้ไขบางอย่าง อาจสร้างผลกระทบกับโค้ดส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ นักพัฒนาจึงต้องออกแบบโครงสร้างจัดกลุ่มให้กับโค้ดส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ทีม Developer มองภาพรวมของโค้ดหลาย ๆ ส่วน จัดสรรเป็นระเบียบมากขึ้น นอกจากจะช่วยให้การพัฒนาต่อยอดง่ายขึ้นแล้ว การแก้ไขหรือวิเคราะห์ปัญหาก็สามารถทำได้ทันทีไม่ต้องงมโค้ดหลายแสนบรรทัดให้เสียเวลา และช่วยให้ทีม Developer แต่ละทีมสามารถสื่อสารทำงานได้อย่างราบรื่น การทำงานเป็นทีม Productive มากขึ้น

โดยมีคอนเซปที่ใช้กันในการออกแบบ Software architecture ดังนี้

N-Tier Architecture

การแบ่ง Class ออกเป็นจำนวน Tier หลาย ๆ ชั้น โดยจะมีการจัดระดับ Tier ที่อยู่ระดับสูงกว่าจะได้รับผลกระทบเมื่อมีการแก้ไข Class ที่อยู่ในกลุ่ม Tier ที่อยู่ระดับต่ำกว่า ทำให้เมื่อนักพัฒนาต้องมีการแก้ไข หรือ พัฒนาต่อยอดโค้ดส่วนไหนของระบบ ทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าจะมีระบบส่วนไหนที่ได้ผลกระทบบ้าง นักพัฒนาจะมองเห็นเป็นสัดส่วนโดยการจัดกลุ่มของ N-Tier Architecture โดยมีคอนเซปที่นิยมใช้ดังนี้

  • MVC หรือ Model View Controller

การออกแบบโครงสร้างให้มีระบบ Core System ที่สามารถ Input / Output ข้อมูลไปยังหลายระบบได้ โดยออกแบบให้มี Layer ที่จะช่วยเป็นตัวกลางแปลงข้อมูลให้ระหว่างระบบที่ต้องทำงานร่วมกันได้ โดยรูปแบบ MVC จะเน้นเรื่องของการทำงานเชื่อมต่อกันทั้งในระบบภายในที่มีหลายส่วน

  • Clean Architecture

เกิดจากระบบขนาดใหญ่ที่มี Module ภายนอกจำนวนมากเข้ามามีส่วนร่วม โดยการเขียน Dependency rule เพื่อกำหนดให้ส่วน Adaptor เขียนตามระบบของ 3rd party ทำให้สามารถแบ่งส่วนของ 3rd party จำนวนมากได้ เมื่อ 3rd party มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้นักพัฒนาสามารถแก้ไขแค่เฉพาะ Adaptor ไม่ต้องแก้ไขในส่วนระบบภายใน ช่วยลดโอกาสการเกิดผลกระทบกับระบบส่วนอื่น ๆ

Business Collaboration

Software Architecture

Business Collaboration

นอกจากทีม Developer จะต้องทำงานร่วมกันกับทีม Developer หลากหลายทีมแล้ว ทีม Business ก็เป็นอีกทีมหนึ่งที่ต้องมีการร่วมงานกัน เพื่อกำหนดให้ระบบซอฟต์แวร์สามารถทำงานตามจุดประสงค์ของ Business model ขององค์กรอีกด้วย อีกทั้งยังต้องออกแบบโครงสร้างให้ทีม Developer และ ทีม Business สามารถใช้ทำงานร่วมกัน มองเห็นภาพรวมไปในทิศทางเดียวกันได้ ทำให้การสื่อสารระหว่าง 2 ทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีคอนเซปที่ใช้กันคือ

Domain Driven Design หรือ DDD

แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนได้แก่

  • Domain Discovery

คือวิธีการก็บ Requirement ของ Business ออกมาให้เป็นภาพที่จะสามารถเขียนออกแบบเป็นโครงสร้างพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ง่ายที่สุด และสามารถนำกลับมาวิเคราะห์ออกมาเห็นภาพรวมการทำงาน และผลกระทบต่าง ๆ เพื่อใช้ในการสื่อสารกับทีม Business ได้ สร้างความเข้าใจตรงกันมากขึ้นโดยปราศจากกำแพงภาษา Technical ที่เข้าใจยาก

  • Strategic Domain Driven Design

การวางกลยุทธ์แบ่ง Domain ย่อยให้แต่ละทีม Developer สามารถแบ่งงานไปพัฒนาบนระบบซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ได้

  • Tactical Domain Driven Design

การวางระบบการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างไรให้ตอบโจทย์กับแผน Business model ขององค์กร ตามที่ได้รับจาก Requirement ได้

Organization Collaboration

Software Architecture

Organization Collaboration

การออกแบบโครงสร้างระบบซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ในองค์กรที่มีหลากหลายทีมแต่มีการทำงานที่แตกต่างกัน เป้าหมาย KPI ที่แตกต่างกัน ให้สามารถใช้อยู่ในระบบเดียวกันได้อย่างไม่เกิดความขัดแย้งกัน โดยมีคอนเซปในการออกแบบโครงสร้างดังนี้

Conway’s law

การออกแบบโครงสร้างระบบซอฟต์แวร์ให้ล้อกับโครงสร้างการทำงานขององค์กร ทำให้เห็นภาพการทำงานของระบบซอฟต์แวร์ได้ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น

Cross-Functional Team

การออกแบบโครงสร้างที่ไม่ยึดตามตำแหน่งเช่น Front End หรือ Back End แต่ออกแบบโดยยึดตามการทำงาน Function ของระบบ ทำให้แต่ละทีมสามารถช่วยกันรับผิดชอบ Features และ Business Goal ตั้งแต่ต้นจนจบ ลดเรื่องลำดับขั้นตอนการทำงาน แต่ยังคงร่วมกันทำงานในระบบเดียวกันเช่น Front End, Back End, Database, DevOps ช่วยกันรับผิดชอบส่วนงานนั้น ๆ โดยมีวิธีการแบ่งการทำงานร่วมกัน 2 วิธีได้แก่

  • Monolith

คือรูปแบบการทำงานของทีม Developer ที่ร่วมกันทำงานอยู่บน Codebase เดียวกัน แต่แบ่งงานตาม Namepaces, Libraries หรือ Folder structure เป็นต้น

  • Multi-services

คือรูปแบบที่ให้แต่ละทีมสามารถแบ่ง Codebase ของตัวเองและทำการ Deploy ระบบเป็นส่วน ๆ แยกกัน โดยมีการสื่อสารกันระหว่างกันผ่านระบบ Network

————————————————————————————

ทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเนื้อหาทั้งหมด คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมให้เข้าใจถึงแก่นแท้จุดประสงค์ของ Software Architecture Design แต่ละแบบ พร้อมเสริมแนวคิดและวิธีการนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กรของคุณได้

Software Architecture

Software Architecture Design – คอร์สออนไลน์

คอร์สออนไลน์ Software Architecture Design จะพาคุณมาทำความรู้จักกับ Software Architecture Patterns ต่างๆ ที่นิยมใช้ในการออกแบบ Software ขนาดใหญ่ ให้คุณเข้าใจ Concept ของแต่ละรูปแบบ สามารถวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสีย ของแต่ละ Pattern เสริมแนวคิดให้ผู้เรียนเข้าใจหลักการใช้งาน และสามารถนำไปเลือกใช้ได้ตรงกับงานและโมเดลขององค์กรได้

สอนโดย คุณชาคริต ลิขิตขจร – Senior Consultant, ThoughtWorks

คอร์สนี้เหมาะกับใคร
🙋 Software Developer ที่ต้องการเข้าใจพื้นฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม
🙋 Software Developer ที่ต้องการเริ่มต้นการทำงานเป็น Software Architect
🙋 Software Developer ขององค์กรขนาดใหญ่
🙋 Software Architect ที่ต้องการทำความเข้าใจกับ Patterns แต่ละรูปแบบอีกครั้ง

สมัครเรียนเลยเพื่อเตรียมพร้อมในสายงานนี้ https://to.skooldio.com/MsbFoSGIMrb

You may also like

ภาษา Scala คืออะไร
Technology

ภาษา Scala มีจุดเด่นอะไร? ทำไมกำลังมาแรงในสาย Developer และ Data Engineer

Scala คือ ภาษา Programming ที่กำลังมาแรงและเริ่มมีความนิยมใช้กันขึ้นเรื่อย ๆ จุดเริ่มต้นภาษา Scala เรียกได้ว่าเป็นลูกอีกคนหนึ่งของภาษา Java เช่นเดียวกับภาษา Kotlin ที่พัฒนาต่อยอดมาเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องบางอย่างของภาษา Java ในจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน ...

More in:Technology

Technology

พร้อมแล้วหรือยัง!? ที่จะร่วมเดินทางเข้าสู่มิติคู่ขนาน ผ่านนิทรรศการออนไลน์สุดพิเศษ “Exclusive CO’XI” 

ปฏิเสธไม่ได้เลยกับคำว่า “Multiverse” หรือพหุจักรวาล ต้องเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง และอาจ ทำให้ใครหลาย ๆ คนจินตนาการถึงความแปลกใหม่ในอีกจักรวาลที่ขนานกับจักรวาลที่เราอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งความแปลกใหม่นั้นอาจจะหมายถึงคน, สิ่งของ และรวมไปถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยเจอหรือไม่เคยมีมาก่อน เช่นเดียวกันกับ “Exclusive ...
Technology

12 ทักษะ Technical skills และ Soft skills ที่ Programmer ควรเรียนรู้

สำหรับ Programmer นอกจากทักษะการเขียนโค้ด หรือ ภาษาเขียนโปรแกรมจะเป็นทักษะสำคัญที่โปรแกรมเมอร์ต้องมีแน่นอนอยู่แล้ว ยังมีทักษะอื่น ๆ ที่สำคัญในเชิงการทำงานเป็นทีมในระดับองค์กรทั้ง Technical skill และ Soft skill ต่าง ๆ ...

Comments are closed.