กว่าจะมาเป็นมาเรียนธอน Festival | Skooldio

มา! มา! มาเรียนธอน 42 วันที่ชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์กว่า 500 ชีวิตได้เดินทางมาด้วยกัน มีเรื่องราวเบื้องหลังมากมายที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ บทความนี้คือบันทึกการเดินทางของทีมงานมา‘เรียน’ธอน Festival เหล่าคนทำงาน ที่ทำแคมเปญเพื่อคนทำงาน เพราะเราอยากให้ทุกคนได้เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้นไปด้วยกัน!

มา‘เรียน’ธอน คืออะไร

ก่อนจะไปดูเบื้องหลังการทำงานสุดโหด มัน ฮา ในมา‘เรียน’ธอน Festival เรามาทำความรู้จักกับแคมเปญ มา‘เรียน’ธอน กันก่อนดีกว่า

มา‘เรียน’ธอน คืออะไรกันนะ? ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของ มา‘เรียน’ธอน ในปี 2023 แคมเปญนี้เริ่มต้นมาจากการที่เราเห็นข้อมูลและพฤติกรรมของ Users บางส่วนที่เข้ามาเรียนคอร์สออนไลน์แล้วเกิดการดองคอร์ส ทีม Skooldio เลยตั้งใจอยากจะช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนจบด้วยการสร้าง momentum ให้คนสามารถเข้ามาเรียนได้พร้อมกัน มีเดดไลน์ที่ชัดเจนเพื่อช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ จนเกิดเป็น มา‘เรียน’ธอน แคมเปญ 42 วันที่คนทำงานจะได้มาเรียนรู้และเก่งขึ้นไปด้วยกันนั่นเอง

มา‘เรียน’ธอน เกี่ยวอะไรกับมาราธอน? การวิ่งมาราธอนกับการเรียนรู้ก็มีจุดที่คล้ายกันกว่าที่คิด! แต่ละคนในสนามวิ่งมาราธอนต่างก็มีเป้าหมายของตัวเอง มี pace ที่แตกต่างกัน ก็เหมือนกับทุกคนที่เลือกมาอัปสกิลในมา‘เรียน’ธอน 

ในสนามเดียวกันนี้เราไม่ได้วิ่งแข่งใคร ต่างคนต่างมีเป้าหมายแต่เราวิ่งไปด้วยกัน นอกจากนี้การวิ่งมาราธอนที่เป็นการวิ่งในระยะยาวแบบนี้ ก็เปรียบเหมือนการเรียนรู้ที่ไม่ใช่การเรียนสั้น ๆ แค่ครั้งเดียวจบ แต่เป็นการเรียนรู้ที่นานมากพอจนเกิด impact กับชีวิตเราได้! 

แล้วทำไมมา‘เรียน’ธอนต้องเรียน 42 วัน? อีกหนึ่งกิมมิคของมา‘เรียน’ธอนคือช่วงเวลาเรียน 42 วัน (ใครเดาถูกบ้างว่ามาจากอะไร) ที่มาที่ไปของตัวเลขนี้ล้อไปกับระยะทางการวิ่งมาราธอน 42.195 กิโลเมตรนั่นเอง ซึ่งพอรวมกับ Data หลังบ้านของ Skooldio เกี่ยวกับระยะเวลาการเรียนของนักเรียนแล้ว 42 วันก็ถือเป็นระยะเวลาที่พอเหมาะกำลังดีด้วย

แรงบันดาลใจก่อนเปิดสนามมา‘เรียน’ธอน Festival

ภาพโปสเตอร์ มา‘เรียน’ธอน ครั้งที่ 1,2 และ 3

รู้หรือไม่ ว่ามา‘เรียน’ธอนถูกจัดขึ้นมา 3 ครั้งแล้ว! ใน 2 ปีแรกของมา‘เรียน’ธอนรูปแบบการเรียนรู้จะเป็นการเรียนคอร์สออนไลน์ 3 คอร์สในเวลา 42 วัน แต่ในปี 2026 นี้ ในมา‘เรียน’ธอนครั้งที่ 3 เราก็ตัดสินใจเล่นใหญ่กว่าเดิมด้วย มา‘เรียน’ธอน Festival กลายเป็นเทศกาลแห่งการเรียนรู้ ให้ชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์ (ชื่อเรียกเพื่อน ๆ ที่มาเข้าร่วมมาเรียนธอนด้วยกัน) ไม่ใช่แค่เก่งเรื่องงาน แต่เก่งเรื่องการใช้ชีวิตด้วย 

เพราะการที่คนทำงานคนนึงจะทำงานได้ดี ก็ต้องเริ่มจากการที่เขามีคุณภาพชีวิตตัวเองที่ดี มีรากฐานชีวิตของตัวเองที่ดีก่อน เราเลยอยากขยายการเรียนรู้ของคนทำงานให้ครบเครื่องมากขึ้น ผ่าน 3 แกนที่เป็นรากฐานของชีวิตอย่าง HEAD, HEALTH, HEART เรียกได้ว่าเก็บครบทั้ง hard skills และ soft skills ใน 42 วัน 

ในมา‘เรียน’ธอน Festival ปีนี้ เราเลยมีรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ ๆ และจับมือกับ Speakers ระดับท็อป ที่เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ  มาช่วยอัปสกิลให้กับทุกคนผ่าน Live Sessions และ Mini-Workshops

เบื้องหลัง 42 วันในมา‘เรียน’ธอน Festival 

งาน Design ที่สอดแทรกความหมาย และใส่ใจรายละเอียดทุกจุด!

โปสเตอร์มา’เรียน’ธอน Festival

ประตูด่านแรกที่ทุกคนได้เห็นตั้งแต่ตอนเปิดแคมเปญ คืองาน Design ที่ทั้งสดใส น่ารัก ดูแล้วเหมือนได้รับแสงแห่งความหวังในการเริ่มต้นใหม่ ซึ่งคนที่อยู่เบื้องหลังก็คือทีม Designer ของเรา 

ในปีนี้มา‘เรียน’ธอน มาในธีมเทศกาล Key visuals เลยมีการปรับให้มีความสนุกขึ้น ซึ่งเรื่องการเรียน การพัฒนาตัวเอง ฟังดูแล้วอาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เหนื่อย ทีม Designer ของเราก็เลยไม่อยากให้ Key Visual ที่ออกมามันดูจริงจังมากเกินไป อยากให้มีความผ่อนคลายเข้ามาร่วมด้วย ให้รู้สึกว่าเทศกาลนี้จะเป็นการพัฒนาตัวเองที่สนุก!

และด้วยจังหวะเวลาของแคมเปญในครั้งนี้เป็นช่วงต้นปี มู้ดแอนด์โทนทั้งหมดที่สื่อสาร ทีมเลยตั้งใจอยากให้มีความเป็นความหวังของปีใหม่ มาเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกัน โดยสื่อสารผ่านการผสมผสานระหว่างพื้นหลังที่เป็นท้องฟ้าสดใส พื้นหญ้ากว้าง สื่อถึงความหวังในอนาคต ความสดใสของชีวิต แล้วเบรกความจริงจังสมจริง ด้วยคาแรกเตอร์กราฟิกของน้อง ๆ ประจำแกนทั้ง 3 ตัว

คาแรกเตอร์น้อง ๆ ประจำแกนทั้ง 3 ตัว

  • น้อง Head ตัวแทนของเด็กเรียน มุ่งมั่นตั้งใจ อยากจะพัฒนาตัวเอง แล้วเราก็เลือกใช้สีเหลืองที่เป็นสีที่สื่อถึงความกระตือรือร้น เปี่ยมไปด้วยพลัง
  • น้อง Health มาพร้อมกับดัมเบลสีฟ้าคู่ใจ สื่อถึงการดูแลตัวเอง สุขภาพที่ดี ซึ่งสีฟ้าก็สะท้อนแทนความมั่นคง สบายใจด้วย
  • น้อง Heart น้องน้อยสุดละมุน ที่จะมาช่วยฮีลใจของเรา น้องจะถือหมอนรูปหัวใจที่พร้อมจะเป็นที่พักพิงให้กับทุกคน เราใช้โทนสีชมพูในการสื่อสาร ถึงความละมุน อ่อนโยน

ในโปสเตอร์เราก็จะเห็นน้อง ๆ คาแรกเตอร์ทั้ง 3 ตัว เดินผ่านซุ้มประตูเข้าสู่งานเทศกาลไปพร้อมกัน อยากสื่อว่า มา‘เรียน’ธอน Festival ครั้งนี้ ทุกคนไม่ได้ก้าวไปคนเดียว แต่เรายังมีเพื่อน ๆ ก้าวไปด้วยกัน

42 วันที่เกิดการเปลี่ยนแปลง

ความตั้งใจของการทำมา‘เรียน’ธอน Festival พวกเราไม่ได้อยากให้คนเข้ามาเรียนแล้วจบไป แต่เราอยากช่วยขับเคลื่อนให้เขาเปลี่ยนแปลงได้จริง ๆ เป็นตัวในเวอร์ชันที่ดีขึ้นได้ใน 42 วัน 

ซึ่งแน่นอนว่าการจะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จริงมันเป็นอะไรที่ท้าทายมาก ๆ แต่ก็เป็นเหมือนแรงผลักดัน เป็นสิ่งที่ทีมงานทุกคนคิดถึงอยู่ตลอดการทำงาน และเราตั้งใจมาก ๆ ในทุก ๆ ส่วนของมา‘เรียน’ธอน 

เริ่มตั้งแต่วันแรกของมา‘เรียน’ธอน Festival ที่ทุกคนจะได้เข้ามาเจอกับการ Onboarding ผ่านการเล่น Marianthon Festival Onboarding ที่สอดแทรกคำถามต่าง ๆ ลงไปในเรื่องราว ให้ทุกคนได้มีโอกาสมาสำรวจและตกผลึกกับตัวเองว่าปีที่ผ่านมาเป็นยังไง เรามีเป้าหมายอะไรที่อยากทำให้สำเร็จใน 42 วันนี้ 

Marianthon Festival Onboarding

เพราะพวกเราเชื่อว่า ถ้าเราเห็นภาพเป้าหมายหรือสิ่งที่เราต้องการชัด ก็จะทำให้เส้นทางในการก้าวไปสู่เป้าหมายนั้นชัดขึ้นตามมาด้วย

และหลังจากจบ 42 วันเราก็จะมาเฉลิมฉลองความสำเร็จไปด้วยกัน กับ 42 Days in Review ที่จะมาช่วยสรุปเส้นทางการเติบโตของแต่ละคน ให้ชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์ได้มาย้อนมองการเปลี่ยนแปลงและความสำเร็จที่เกิดขึ้นของตัวเอง เป็น Experience ที่เราตั้งใจออกแบบและอยากให้ชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์ทุกคนรู้สึกภูมิใจกับการลงทุนกับตัวเองในครั้งนี้ เพราะแม้มันจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มันช่าง “คุ้มค่า” 

42 Days in Review

กว่าจะมาเป็น 21 เซสชันที่ “โดนเส้น” คนทำงาน

ปฏิทินกิจกรรม มา’เรียน’ธอน Festival

นอกเหนือจากคอร์สออนไลน์คุณภาพจาก Skooldio กว่า 400 คอร์สแล้ว มา‘เรียน’ธอน Festival ปีนี้เราก็มี 15 Live Sessions และ 6 Mini-Workshops เพื่อช่วยให้คนทำงานอัปสกิลได้ครบทุกแกน และเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จริง 

ทั้ง Live Sessions และ Mini-Workshops บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะนี่คือครั้งแรก! ของ Skooldio ที่สอน “ทักษะชีวิต” ที่ออฟฟิศไม่ได้สอน ร่วมมือกับสปีกเกอร์ระดับท็อปที่เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ มาถ่ายทอดความรู้ เทคนิคดี ๆ และประสบการณ์จริงกันแบบไม่มีกั๊ก! 

ครั้งแรกของ Skooldio จับมือกับ Top Speakers สอน “ทักษะชีวิต” ที่ชาวออฟฟิศต้องรู้

ซึ่งที่มาที่ไปของแต่ละหัวข้อก็ไม่ได้มาจากไหนไกล เริ่มจาก pain point ของคนทำงานนี่แหละ! และกว่าจะมาเป็น 21 เซสชันที่ทุกคนเห็นกัน ก็ผ่านมาแล้วหลายขั้นตอน ตั้งแต่การ brainstorm กันอย่างเข้มข้น สำรวจเทรนด์ สำรวจความคิดเห็นจาก users กันจริง ๆ และได้ลองมาทดลองขายไอเดียกับชาวสคูลเดียน (พนักงานสคูลดิโอ) ในออฟฟิศกันก่อน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการสำรวจก็ทำให้เราได้เห็นเรื่องราวที่น่าสนใจต่าง ๆ พร้อมให้ทีมเอามาพัฒนากันต่อด้วย 

แล้วถ้าถามว่าทำไมแต่ละเซสชันถึงได้โดนเส้นคนทำงานสุด ๆ? Content Curator ของเราก็เล่าให้ฟังว่านอกจากการที่ทีมงานเองก็เป็น มนุษย์ออฟฟิศ คนทำงานเหมือนกันกับทุกคน ในขั้นตอนของทำงานเองเราก็จะเอา users เป็นที่ตั้ง เก็บ insights สัมภาษณ์คนทั้งข้างใน-ข้างนอกองค์กร เพื่อฟังเสียงว่าเขาต้องการอะไรจริง ๆ กันแน่ รวมไปถึงสำรวจเทรนด์ต่าง ๆ และพัฒนาจนเกิดมาเป็นทั้ง 21 เซสชันที่สุดแสนจะโดนเส้นคนทำงาน 

ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์ที่สนใจอยากเข้าร่วม ทีมงานแต่ละคนเองเห็นหัวข้อแล้วก็อยากเรียนด้วยเหมือนกัน! ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ช่วยเป็นแรงใจ เป็นไฟที่ขับเคลื่อนในการทำงาน แม้ว่าจะเจอความท้าทายในการทำงานขนาดไหน แต่ในใจก็ทีมงานก็พร้อมสู้!

โมเมนต์ตอนนั้นเรายังอยากเรียนเลย แล้วคนในทีมเองก็ตื่นเต้น และมองว่าเป็นประโยชน์มาก ๆ กับคนทำงาน

ภาพบรรยากาศจาก Mini-workshop Finding Your True Happiness โดยพี่เอ๋ นิ้วกลม

และเพื่อให้ชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์สามารถเอาสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้งานได้ทันที ไฮไลท์สำคัญของมา‘เรียน’ธอน Festival ก็คือการมี 3 Actions ในตอนท้ายของแต่ละเซสชัน อย่างน้อยถ้าจำอะไรจากในเซสชันไม่ได้ ขอแค่จำ 3 สิ่งที่สปีกเกอร์ฝากไว้ และเอาไปลงมือทำจริง ก็ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว

ภาพบรรยากาศจาก Mini-workshop Not a Typical English Class โดยพี่คะน้า เจ้าของเพจ ฝรั่งอั่งม้อ

มาอัปสกิลแบบสนุกกันดีกว่า!  

แน่นอนว่าการอัปสกิลมันไม่จำเป็นจะต้องน่าเบื่อ ปวดหัว บางทีการที่เราเป็นมนุษย์ออฟฟิศทำงานแต่หน้าคอมทุกวันมันเหี่ยวเฉา…  พอปีนี้เป็นมา‘เรียน’ธอน Festival ทั้งที เราก็อยากพาคนที่อยากพัฒนาตัวเองเหมือนกัน มาทำอะไรสนุก ๆ ไปพร้อมกัน  

พอพูดถึงความเป็นเทศกาล สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยคือเสียงดนตรี! ความพิเศษของปีนี้คือการที่เรามีเพลงมา‘เรียน’ธอน Festival สุดติดหู ฟังกี่ครั้ง ๆ ก็อยากโยกตาม ซึ่งเพลงนี้มีที่มาจากการที่เราอยากช่วยให้กำลังใจชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์ และอยากให้บทเพลงนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนจดจำได้แม้แคมเปญจะจบไปแล้ว

พวกเราเริ่มต้นจากการคิดคอนเซปต์และเนื้อเพลงด้วยแกนที่ตั้งไว้ว่าที่อยากให้ชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์ได้มาเริ่มก้าวเล็ก ๆ ด้วยกัน ไม่ต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จในครั้งเดียวก็ได้ แต่ก้าวเล็ก ๆ นี้แหละจะพาเราไปข้างหน้าได้! 

พาคนหน้าจอ มาเจอหน้าจริง

Free Activities สำหรับชาวมา’เรียน’ธอนเนอร์

เคยไหมเรียนออนไลน์อยู่บ้านแล้วมันเหงา… งั้นพาทุกคนมาสนุกกับเราดีกว่า! ในมา‘เรียน’ธอน Festival ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เราพาคนเรียนหน้าจอ มาเจอหน้ากันจริง ๆ ด้วยการเปิด free activities ให้ชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์ มาจอยกันได้ด้วย 

ไม่ว่าจะเป็น Book swap ชวนคนรักเรียน มาป้ายยาแลกหนังสือกัน, กิจกรรมบอร์ดเกมที่เปิดให้ชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์มาเล่น ‘Networth’ บอร์ดเกมของโค้ชหนุ่ม The Money Coach หนึ่งในสปีกเกอร์ของเราด้วยกัน

Book swap station

ภาพบรรยากาศจากกิจกรรมบอร์ดเกม ‘Networth’ บอร์ดเกมของโค้ชหนุ่ม The Money Coach

หรือจะเป็น Station เขียนการ์ดฮีลใจ ที่ได้พี่น้ำตาล จาก Studio Cantalove มาช่วยสะท้อนข้อความที่เราอยากขอบคุณตัวเอง พร้อมรับการ์ดฮีลใจ ที่เขียนสดในวันสุดท้ายของ มา‘เรียน’ธอน Festival ด้วย 

การ์ดฮีลใจ จากพี่น้ำตาล Studio Cantalove

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ Nerdy Fun Run ที่ปีนี้เราชวนเปลี่ยนจากคนเรียนหน้าจอ มาเจอกันหน้าจริง! ชวนทุกคนมาออกกำลังกายไปด้วยกัน เสริมไปกับแกน Health ในแคมเปญปีนี้ พร้อมเซสชันสอนการวิ่งให้ถูกวิธีไปกับพี่ ๆ ทีมเสือเผ่น เรียกได้ว่าเป็นการวิ่งแบบคน cool nerd ฉบับ Skooldio 

ภาพบรรยากาศจากกิจกรรม Nerdy Fun Run

ภาพบรรยากาศจากกิจกรรม Nerdy Fun Run

Tattoo Sticker สุด exclusive ที่แจกในกิจกรรม Nerdy Fun Run

เพราะเราอยากให้ชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์ ได้ Learning Experience ที่ดีที่สุด

เว็บไซต์มา‘เรียน’ธอน ศูนย์รวมทุกอย่าง สำหรับชาว มา‘เรียน’ธอนเนอร์

พาทัวร์เว็บไซต์มา’เรียน’ธอน Festival

Skooldio เรามีแพลตฟอร์ม Skooldio.com อยู่แล้วก็จริง แต่พวกเราก็มองว่าเพื่อ User Experience ที่ดี ก็ควรจะมีสักหนึ่งที่ ที่รวบรวมรายละเอียดทุกอย่างของแคมเปญเอาไว้ จึงถือกำเนิดมาเป็นเว็บไซต์มา’เรียน’ธอน Festival  

พาทัวร์เว็บไซต์มา’เรียน’ธอน Festival

พาทัวร์เว็บไซต์มา’เรียน’ธอน Festival

ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นเว็บไซต์ที่อยู่กับทุกคนตลอด 42 วัน เราก็ผ่านการคิดและออกแบบมาอย่างดุเดือด ทั้งทีม Developer และ ทีม Designer ร่วมมือกันเต็มที่เพื่อเชื่อมประสบการณ์ของลูกค้าทั้ง Onsite – Online ให้ลื่นไหลที่สุด แล้วพวกเราก็มีแอบใส่กิมมิกเล็ก ๆ ลงไปด้วยนะ! 

เริ่มจากดีเทลเล็ก ๆ สุดน่ารักก่อนเริ่มแคมเปญ 42 วัน ถ้าใครเข้าไปในเว็บไซต์ตอนช่วงนี้ก็จะได้เห็นทีมงานตัวจิ๋วที่กำลังก่อสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาอยู่

ทีมงานตัวจิ๋วก่อสร้างเว็บมา’เรียน’ธอน

อีกความน่ารักของเว็บไซต์ คือ เราจะมีเหล่าน้อง ๆ คาแรกเตอร์ที่จะปรากฏตัวในหลาย ๆ ส่วนของเว็บไซต์ ตั้งแต่ตอนรอเว็บไซต์ Loading ที่จะมีน้อง ๆ คาแรกเตอร์ทั้ง 3 ตัวที่กำลังเดินไปพร้อม ๆ กัน  

หรือที่ส่วนบนของเว็บไซต์ในหน้าโฮม ที่จะมีน้อง ๆ คาแรกเตอร์ทั้ง 3 ตัวเดินอยู่ ซึ่งความพิเศษ คือ แต่ละคนก็จะเห็นไม่เหมือนกันโดยน้องคาแรกเตอร์ก็จะเป็นไปตาม Goal ที่แต่ละคนตั้งใน Onboarding นั่นเอง เช่น ถ้าเราตั้งเป้าด้านสุขภาพ ก็จะเป็นน้อง Health ตัวสีฟ้าออกมาเดินให้กำลังใจ

มา‘เรียน’ธอน Festival คือ Community ไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นผู้คน 

42 วันใน มา‘เรียน’ธอน Festival เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย และเราเข้าใจดีว่าสำหรับชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์ที่เป็นคนเรียนเอง ระหว่างทางนั้นก็ไม่ง่าย นี่เลยเป็นหน้าที่สำคัญของทีม Content & Community ที่จะมาเป็นบัดดี้ทั้งข้างสนาม (และ ในสนาม) ช่วยให้กำลังใจ ทำให้ชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์สามารถทำตามเป้าหมาย 42 ที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จ ช่วยผลักดันให้ทุกคนเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้นไปด้วยกัน 

เริ่มตั้งแต่การชวนทุกคนมาสะท้อนตัวเองในปีที่ผ่านมาผ่าน quiz และคอนเทนต์สนุก ๆ เตรียมความพร้อมตั้งเป้าหมายในปีใหม่ พร้อมเสิร์ฟคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่จะช่วยซัพพอร์ตชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์ ในมา‘เรียน’ธอน Festival 

เสิร์ฟคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่จะช่วยซัพพอร์ตชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์

หรือเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้มาเข้าร่วมกิจกรรมแบบ สด ๆ ด้วยกันเราก็อยากให้ได้สัมผัสบรรยากาศและได้เห็นภาพความสนุกสนาน เราเลยตั้งแต่ใจอยากเก็บภาพและคลิปในทุก ๆ เซสชันเพื่อให้ทุกคนได้เห็นความสนุกสนาน เห็นเพื่อน ๆ อีกมากมายที่ร่วมเส้นทางไปด้วยกัน 

ภาพบรรยากาศจาก Mini-workshop Not a Typical English Class โดยพี่คะน้า เจ้าของเพจ ฝรั่งอั่งม้อ

ภาพบรรยากาศจาก Mini-workshop TRYROX โดยโค้ชโค้ก HYROX THAILAND Brand Ambassador

และอย่างที่เล่าไว้ก่อนหน้านี้ด้านบนว่ามา‘เรียน’ธอน Festival เราไม่ได้อยากให้คนเรียนแล้วจบไป แต่อยากให้แคมเปญนี้สามารถช่วยให้คนเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง ๆ และเอาสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ได้จริง ๆ อีกหนึ่งสิ่งที่ทุกคนจะได้เห็นผ่านตาตลอดแคมเปญ 42 วัน คือ value content ต่าง ๆ และ สรุป 3 Actions จากแต่ละ Live Sessions หรือ Mini-Workshops เพื่อให้ชาวมาเรียนธอนเนอร์ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ Pass ไหนสามารถแชร์สิ่งเนื้อหาเหล่านี้เก็บไว้ทบทวน หรือ เอาไปปรับใช้ได้ทันที! 

เคล็ดลับในการตั้งเป้าหมายจาก Live Sessions ‘NUDGE YOUR HABITS โดยพี่ก๊อฟ – ภานุวัฒน์ สัจจะวิริยะกุล Co-Founder, Nudge Thailand

สรุป 3 Actions จากแต่ละ Live Sessions

เราคิดในมุมของชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์ ว่าเขาน่าจะกังวลอะไร อยากรู้อะไร เลยอยากจะทำคอนเทนต์มาช่วยสื่อสาร คลายความกังวลของเขา เพื่อให้การมาร่วมกิจกรรมราบรื่นที่สุด และได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด

นอกจากนี้เบื้องหลังการจัดกิจกรรมแต่ละครั้งเรายังมีทีมงานอีกมากมายหลายคนจากหลายทีม (เหล่าทีมงานในผ้าพันคอสีฟ้าสุดไอคอนิก) ที่มาร่วมมือกัน ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมในทุก ๆ กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น Live Sessions หรือ Mini-workshops ด้วยความตั้งใจที่อยากมาถ่ายทอดพลังงานดี ๆ และช่วย support ชาวมาเรียนธอนเนอร์ทุกคนให้ได้ Learning Experience ที่ดีที่สุด 

ทีมงานมา’เรียน’ธอนในผ้าพันคอสีฟ้าสุดไอคอนิก

แม้แคมเปญจะจบ แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของก้าวใหม่

“ขอบคุณมาก ๆ กับกิจกรรมดี ๆ มันเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่ทำให้อยากเรียนรู้เรื่องอื่น ๆ ต่อไป”

“เห็นคนที่ตั้งใจพัฒนาตัวเองไปด้วยกัน มันยิ่งทำให้เราอยากพัฒนาตัวเองเพิ่มขึ้น”

“ได้ Framework ไปใช้ในชีวิตจริง ทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต”

“ได้รักตัวเองมากขึ้น ใจดีกับตัวเองได้มากขึ้น”

ฯลฯ

ฟีดแบคจากชาวมา’เรียน’ธอนนอร์ทุกคน คือสิ่งที่มีค่าสำหรับพวกเราทีมงานมา‘เรียน’ธอน และ Skooldio เราภูมิใจที่ได้เห็นการเติบโตของทุกคน 

พวกเราหวังว่าการได้มาอัปสกิลในมา’เรียน’ธอน Festival จะไม่ใช่จุดสิ้นสุด ในปีนึง 42 วันอาจจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่กับชาวมา‘เรียน’ธอนเนอร์กว่า 500 คน นี่คือจุดเริ่มต้นสำคัญสู่การเป็นตัวเองที่ดีขึ้นในปีนี้ 

พวกเราขอขอบคุณทุกคน ที่มาร่วมก้าวเป็นตัวเองที่ดีขึ้นในมา‘เรียน’ธอน Festival ไปด้วยกัน มา’เรียน’ธอนครั้งหน้าจะเป็นยังไง ติดตาม Facebook มาเรียนธอน Festival และ Skooldio ไว้แล้วเจอกันใหม่น้าา

ขอบคุณทุกคน ที่มาร่วมก้าวเป็นตัวเองที่ดีขึ้นในมา‘เรียน’ธอน Festival ไปด้วยกัน

Comments are closed.