สายการตลาดหลายคน เวลาที่ต้องการวางแผนการตลาด หรือคิดแคมเปญใหม่ หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ขาดไปไม่ได้เลยคือข้อมูลเทรนด์การตลาด ทว่าโลกอินเตอร์เน็ตนั้นกว้างขวางมาก การที่เราจะมานั่ง Research เทรนด์ต่าง ๆ เองด้วยการไล่เสิร์ชจึงอาจไม่ใช่วิธีที่ประหยัดเวลาที่สุด
Skooldio ขอแนะนำ Tools ที่ชื่อว่า Google Trends เจ้าตัวนี้จะเป็นเว็บที่เราสามารถเข้าไป Search Keyword แล้วหาความนิยมของ Keyword นั้น ๆ ได้ เช่น ถ้าเราอยากเปิดร้านขายเครื่องดื่ม แต่ยังลังเลว่าจะขาย “มัทฉะ” หรือ “โกโก้” ดี ก็สามารถนำ Keyword ทั้ง 2 คำมาเปรียบเทียบกัน เพื่อดูว่าในพื้นที่และช่วงเวลาที่เราสนใจ คนค้นหาคำไหนมากกว่ากัน และความสนใจนั้นกำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง
นอกจากนี้ เรายังดูได้ด้วยว่าคนค้นหาเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับ Keyword นั้น ๆ เผื่อเจอไอเดียสินค้า หรือประเด็นที่ลูกค้าอยากรู้ แล้วนำมาต่อยอดเป็น Content ของเราได้อีกด้วยนะ!
ทีนี้ถ้าเราเอาข้อมูลเหล่านี้มาให้ AI ช่วยวิเคราะห์ต่อ ก็จะช่วยให้เราเห็นแนวทางว่า ควรหยิบเทรนด์ไหนมาใช้ วางแผน Content เรื่องอะไร และจะทดลองทำแคมเปญแบบไหนดี เดี๋ยวเราจะพาลองทำตามกันนะ!
หา Keyword ที่อยากรู้ แล้วลองเทียบความสนใจ
เริ่มจากเข้าเว็บ trends.google.com แล้วพิมพ์ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือธุรกิจของเรา จากนั้นเลือกพื้นที่เป็นประเทศไทย และกำหนดช่วงเวลาที่ต้องการดู เช่น ย้อนหลัง 12 เดือน
สมมติเรากำลังวางแผนเปิดร้านเครื่องดื่ม ก็ลองใส่คำว่า “มัทฉะ” แล้วกดเพิ่มคำเปรียบเทียบเป็น “โกโก้” เพื่อดูแนวโน้มความสนใจของทั้ง 2 คำในกราฟเดียวกัน โดยควรเทียบคำค้นกับคำค้น หรือหัวข้อกับหัวข้อให้เหมือนกันด้วยนะ

หน้าตาตอนเสิร์ชเทียบเทรนด์จะประมาณนี้เลย!
ลองเริ่มจากช่วงเวลายาว ๆ เพื่อดูภาพรวมก่อน แล้วค่อยเจาะช่วงสั้นลง เช่น 90 วันที่ผ่านมา จะช่วยให้เราเห็นทั้งแนวโน้มระยะยาว และความเปลี่ยนแปลงช่วงใกล้ ๆ นี้ ถ้าอยากรู้ว่าความสนใจเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลหรือเปล่า ก็ลองย้อนดูหลายปีว่ากราฟขึ้นในช่วงเดิมซ้ำ ๆ ไหม
แต่ก่อนอ่านกราฟ มีเรื่องหนึ่งที่ต้องรู้ก่อนคือ ตัวเลข 0-100 ของ Google Trends เป็นคะแนนความสนใจในการค้นหาแบบเปรียบเทียบ โดย 100 คือจุดที่มีความสนใจสูงที่สุดในชุดข้อมูลที่เราเลือก ไม่ได้หมายถึงมีคนค้นหา 100 ครั้ง หรือขายได้ 100 ชิ้น ดังนั้นกราฟนี้จะเอาไว้ใช้ดูแนวโน้มสำหรับประกอบการตัดสินใจเท่านั้นนะ!
ดูคำค้นที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาโจทย์ที่ลูกค้าสนใจ
เมื่อเลื่อนลงมา เราจะเจอส่วน Related queries หรือคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง โดยเลือกดูได้ทั้ง Top ซึ่งเป็นคำค้นที่ได้รับความนิยม และ Rising ซึ่งเป็นคำค้นที่มีความสนใจเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

หน้าตาของ Related Queries
ตรงนี้ช่วยให้เราเจาะต่อจากคำกว้าง ๆ ไปเป็นโจทย์ที่เฉพาะขึ้นได้ เช่น ถ้าพบคำค้นเกี่ยวกับ “มัทฉะไม่ใส่นม” เราอาจนำไปตั้งสมมติฐานว่า มีคนสนใจวิธีดื่มมัทฉะโดยไม่ใส่นม แล้วลองทำ Content แนะนำเมนู หรือทดลองเพิ่มตัวเลือกในร้าน
แอดมินขอย้ำว่าตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมตินะ! ตอนใช้งานจริงให้ยึดคำค้นที่พบในข้อมูลของเรา และอย่าเพิ่งสรุปว่าคนค้นหาเยอะแปลว่าคนอยากซื้อเสมอไป เพราะบางคนอาจเข้ามาหาสูตร วิธีชง หรือข้อมูลทั่วไปก็ได้
ส่งข้อมูลให้ AI ช่วยวิเคราะห์
พอได้ข้อมูลแล้ว เราสามารถดาวน์โหลดข้อมูลจากกราฟที่มีปุ่ม Export หรือแคปหน้าจอ พร้อมระบุ Keyword พื้นที่ และช่วงเวลาที่เลือก แล้วส่งให้ AI ที่รองรับการอ่านไฟล์หรือรูปภาพช่วยวิเคราะห์ต่อได้เลย

กด Export ของทุกข้อมูลออกมาเลย!
เคล็ดลับคือ อย่าส่งแค่กราฟแล้วถามว่า “ขายอะไรดี” แต่ให้เล่าบริบทธุรกิจของเราไปด้วย เช่น ขายสินค้าอะไร ลูกค้าเป็นใคร งบประมาณเท่าไร และอยากเพิ่มยอดขายหรือสร้างการรับรู้ เพื่อให้ AI เสนอไอเดียที่เข้ากับงานของเรามากขึ้น
ลองใช้ Prompt นี้ได้เลย!
“คุณเป็นที่ปรึกษาการตลาด ช่วยวาง Marketing Strategy และ Content Plan จากข้อมูล Google Trends ที่แนบมา สำหรับร้านเครื่องดื่มที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นคนทำงานใกล้ออฟฟิศ และมีงบทดลองแคมเปญ [5,000] บาท โดยมีเป้าหมายเพิ่มยอดขายในช่วง [1 เดือน]
.
ข้อมูลประกอบด้วยความสนใจในการค้นหาคำว่า ‘มัทฉะ’ และ ‘โกโก้’ ในประเทศไทย ย้อนหลัง 12 เดือน พร้อมคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง ช่วยวิเคราะห์และวางแผนดังนี้
.
สรุปแนวโน้มสำคัญจากข้อมูล ทั้งความสนใจที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ช่วงเวลาที่น่าสนใจ และคำค้นที่นำมาต่อยอดทางการตลาดได้
.
วาง Marketing Strategy โดยแนะนำสินค้าหรือเมนูที่ควรทดลอง จุดขาย ข้อเสนอหรือโปรโมชัน ข้อความหลักในการสื่อสาร และช่องทางเข้าถึงลูกค้า พร้อมอธิบายว่าแต่ละข้อเชื่อมกับข้อมูลอย่างไร
.
สร้าง Content Plan ระยะเวลา 4 สัปดาห์ในรูปแบบตาราง ระบุหัวข้อ จุดประสงค์ รูปแบบ Content ช่องทาง ประโยคเปิด และ CTA ของแต่ละโพสต์ พร้อมกำหนดจำนวนโพสต์ที่ร้านเล็กทำตามได้จริง
.
แนะนำการแบ่งงบ 5,000 บาท พร้อมตัวชี้วัดและวิธีเก็บข้อมูล เพื่อประเมินว่า Content และแคมเปญช่วยเพิ่มยอดขายได้หรือไม่
.
แยกข้อค้นพบจากข้อมูลออกจากสมมติฐานและข้อเสนอให้ชัดเจน อย่าสรุปว่าความสนใจในการค้นหาเท่ากับความต้องการซื้อ และอย่าแต่งตัวเลขหรือสาเหตุขึ้นมาเอง หากข้อมูลยังไม่พอ ให้ระบุสิ่งที่ควรหาเพิ่ม พร้อมเสนอแผนเบื้องต้นภายใต้สมมติฐานที่ชัดเจน”

ใส่ Data ที่ Export มา และ Prompt ลงใน AI เลย!
เปลี่ยนไอเดียให้เป็นแผนทดลองการตลาด
ทีนี้เลือกไอเดียที่เหมาะกับร้าน แล้วให้ AI ช่วยแตกเป็นแผนลงมือทำต่อได้ เช่น ถ้าสนใจทดลองเมนูใหม่ ก็ให้ช่วยวางแผนว่าจะโปรโมตกับใคร ใช้ข้อความแบบไหน และต้องวัดผลอะไรบ้าง
“จากไอเดียที่เสนอ ช่วยเลือก 1 ไอเดียที่เหมาะกับงบ 5,000 บาท แล้ววางแผนทดลอง 2 สัปดาห์ ระบุสินค้าหรือข้อเสนอหลัก กลุ่มลูกค้า ช่องทางโปรโมต ตัวอย่าง Content การแบ่งงบ และตัวชี้วัด พร้อมบอกว่าเมื่อจบการทดลอง ควรใช้ข้อมูลอะไรตัดสินใจว่าจะทำต่อหรือปรับแผน”
เช่น ทดลองขายเมนูจำนวนจำกัด ทำ Content แนะนำรสชาติและวิธีเลือก แล้วดูทั้งจำนวนคนสอบถาม จำนวนออร์เดอร์ และกำไรที่เหลือจริง เพื่อเช็กว่าความสนใจที่เราเห็นใน Google Trends เปลี่ยนมาเป็นยอดขายของร้านได้แค่ไหน
เท่านี้เราก็มีข้อมูลช่วยตั้งต้น และมีแผนเล็ก ๆ ให้ลองทำก่อนลงทุนเพิ่ม ใครกำลังคิดแคมเปญใหม่ ลองหยิบ Keyword ของธุรกิจตัวเองมาเทียบกัน แล้วให้ AI ช่วยต่อยอดดูได้เลยนะ!
สายการตลาดคนไหนที่อยากใช้ Google Trends ช่วยวิเคราะห์เทรนด์ต่าง ๆ และใช้ AI ช่วยวางแผนงานต่อให้ ขอแนะนำหลักสูตรนี้เลย!
Generative AI for Marketing Transformation รุ่นที่ 9 เปิดรับสมัครรอบสุดท้ายของปีแล้ว!
เวิร์กชอปที่จะพาคุณลงมือใช้ AI Tools กับโจทย์ Marketing จริง ตั้งแต่การ Research และวาง Strategy ไปจนถึงสร้าง Content, AI Agent และ Workflow ที่ช่วยลดงานซ้ำ ๆ ของทีมเรียนสด 4 วันเต็ม ครบตั้งแต่งาน Strategy ไปจนถึง AI Agent และ AI Search
ไม่มีพื้นฐานก็เรียนได้! สอนแบบจับมือทำ กลับไปใช้กับงานตัวเองได้จริง
ย้ำอีกครั้ง รอบสุดท้ายของปีแล้ว! ดาวน์โหลด Syllabus หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยที่นี่!










