หลายองค์กรเริ่มใช้ AI ด้วยการซื้อเครื่องมือ, จัดอบรม, Train Data เข้าไปอย่างมาก รวมถึงทำโปรเจกต์ต่าง ๆ มากมาย จนพนักงานเริ่มใช้ AI เป็น
แต่พอถามว่า “แล้ว AI ช่วยเพิ่มรายได้ หรือลดต้นทุนได้เท่าไร?” กลับไม่มีใครตอบได้…
ถ้าองค์กรของคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่ บอกเลยว่านี้อาจไม่ใช่เรื่องที่แปลกอย่างที่คิด เพราะจากรายงาน Where’s the Value in AI? ของ BCG ที่สำรวจผู้บริหารระดับ C-Level 1,000 คน จาก 59 ประเทศพบว่า 74% ขององค์กรยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จาก AI ขณะที่มีเพียง 4% ที่พัฒนาความสามารถด้าน AI ได้ในระดับสูงทั่วทั้งองค์กร และสร้าง Value ได้จริง
อะไรที่ทำให้การนำ AI ไปใช้ ถึงยังไปไม่ถึงผลลัพธ์ที่องค์กรหวัง?
แน่นอนว่าการนำ AI มาใช้ในองค์กรนั้นเป็นขั้นตอนที่มีอุปสรรคและปัญหาบ้างอยู่แล้ว ถ้าลองเปรียบปัญหาเป็นภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่โผล่พ้นน้ำคือปัญหาที่เรามองเห็นและจัดการได้ง่าย เช่น คนมักคิดว่าพนักงานใช้ AI ไม่เป็น หรือมีปัญหากับ Tools
แต่ภูเขาใต้น้ำนี่แหละคือ 70% ของปัญหาทั้งหมดที่องค์กรส่วนใหญ่มองไม่เห็น และแก้ได้ไม่ถูกจุด จนทำให้ผลลัพธ์การนำ AI มาใช้ในองค์กรไม่ดีเท่าที่ควร
ตัวอย่างปัญหา เช่น
- ใครจะนำ AI ไปใช้กับงานอะไร?
- ต้องเปลี่ยนขั้นตอนไหน?
- แล้วใครรับผิดชอบผลลัพธ์?
ถ้าเรื่องเหล่านี้ยังไม่ชัด ต่อให้เครื่องมือพร้อม ทีมก็อาจยังใช้กับงานจริงได้ไม่เต็มที่และไม่สามารถสร้างผลลัพธ์จริงได้นั่นเอง
และถ้าเราลองแตกปัญหาใต้ภูเขาน้ำแข็งเหล่านั้นออกมา ก็จะได้เป็น 4 ปัญหาที่ทำให้โปรเจคต์ AI ส่วนมากสะดุดนั่นเอง จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย!

4 ปัญหาที่ทำให้โปรเจคต์ AI ส่วนมากสะดุด
ฝั่ง Business: ไม่ได้เริ่มจากว่าอยากสร้าง Value อะไรให้ธุรกิจ
หลายองค์กรอาจเผลอเริ่มจากการถามว่า “เราจะเอา AI มาใช้ตรงไหนได้บ้าง?” ซึ่งคำถามแบบนี้อาจทำให้ได้ไอเดีย Use Case เต็มไปหมด แต่ไม่ได้หมายความว่าแต่ละ Use Case จะสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจได้จริง
โจทย์ที่สำคัญกว่าคือ “องค์กรอยากสร้าง Value อะไรเพิ่ม?” เช่น ลดเวลาที่ลูกค้าต้องรอ, เพิ่ม Conversion, ลดของค้างสต๊อก, เพิ่มความเร็วในการออก Campaign หรือทำให้ทีมรับงานได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มคนในสัดส่วนเดิม เป็นต้น
จากนั้นค่อยย้อนกลับมาดูว่า Workflow ไหนเป็นตัวขวางผลลัพธ์นั้นอยู่ และ AI สามารถเข้าไปช่วยตรงไหนได้บ้าง พอเริ่มจาก Business Value ก่อน เราจะไม่ได้เลือกใช้ AI เพราะมันทำได้ แต่จะเลือกใช้เพราะรู้ชัดว่ามันควรช่วยขยับ Metric อะไร และผลลัพธ์ที่ได้มีความหมายกับธุรกิจแค่ไหน
ฝั่ง Process: เอา AI ไปแปะกับวิธีทำงานเดิม
AI อาจช่วยให้การทำงานทีละชิ้นเร็วขึ้น แต่ถ้าขั้นตอนอนุมัติ การส่งต่องาน และคนที่เกี่ยวข้อง ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง แบบนี้งานจะเร็วขึ้นแค่บางจุด แล้วไปติดคอขวดเดิมอยู่ดี
จากงานวิจัยของ BCG พบว่า 62% ของ Value ที่องค์กรได้จาก AI จะอยู่ในงานหลักของธุรกิจ เช่น Operations, Sales & Marketing และ R&D ซึ่งเป็นงานที่ต้องออกแบบ Workflow ใหม่ถึงจะเห็นผล ไม่ใช่แค่เพิ่มเครื่องมือเข้าไป
ฝั่ง Human: ทีมไม่พร้อมกับความเปลี่ยนแปลง
การเข้ามาของ AI อาจทำให้บางตำแหน่งถูกกระทบ แต่องค์กรสามารถเลือกออกแบบได้ว่าจะทำอย่างไรให้ทีมสามารถพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงได้ และสามารถเสริมทักษะให้คนทำงาน สามารถทำงานที่สร้าง Value ได้จริง ๆ และสร้าง Impact ต่อองค์กรได้จริง
BCG แนะนำให้องค์กรทุ่มแรงและทรัพยากรสองในสามไปที่เรื่องคน ในการพัฒนาให้คนเข้าใจ AI และสามารถงานใช้ได้อย่างถูกวิธี
ฝั่ง Governance: หาจุดสมดุลที่ต้องคุมความเสี่ยงโดยไม่ปิดกั้นการใช้ AI ไม่ได้
หลายองค์กรไม่ได้ติดปัญหาว่าพนักงานไม่อยากใช้ AI แต่ติดที่องค์กรยังไม่มั่นใจว่าควรเปิดให้พนักงานใช้ AI ได้แค่ไหนถึงจะปลอดภัย
ดังนั้นโจทย์ของ AI Governance จึงไม่ใช่การเลือกระหว่างเปิด หรือปิด แต่คือต้องหาจุดสมดุลที่คุมความเสี่ยงได้ โดยไม่ปิดกั้นการใช้ AI ในองค์กรให้ได้ต่างหาก
แล้วองค์กรที่ได้ผลลัพธ์จาก AI จริง ๆ ทำอะไรต่างจากองค์กรอื่น ๆ บ้าง?
บริษัทที่ได้ผลลัพธ์จาก AI ส่วนมาก จะเป็นบริษัทที่มีตำแหน่งที่ BCG เรียกว่า AI Transformation Leaders ซึ่งกลยุทธ์คือการเลือกทำน้อยกว่า และลงทุนกับคนมากกว่า โดยในระยะเวลา 3 ปี บริษัทกลุ่มที่มี AI Transformation Leaders มีรายได้เติบโตสูงกว่าบริษัทที่ไม่มีถึง 1.5 เท่า และผลตอบแทนผู้ถือหุ้นสูงกว่าถึง 1.6 เท่า
สิ่งที่กลุ่มนี้ทำต่างจากคนอื่นมีอะไรบ้าง?
- ใช้แนวคิด 10-20-70 โดยให้น้ำหนักประมาณ 10% กับ Algorithm, 20% กับ Technology และ Data และอีก 70% กับ People และ Process
- โฟกัสกับโปรเจกต์ที่มี Impact มากกว่า โดยมีจำนวนโปรเจกต์น้อยกว่าองค์กรอื่น ๆ ครึ่งหนึ่ง แต่กลับสามารถขยายผลได้มากกว่าถึงสองเท่า และคาดว่าจะได้ ROI มากกว่าองค์กรอื่น ๆ สองเท่า
- เลือกใช้ AI ช่วยที่งานหลักของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ในส่วนงานสนับสนุน
- ลงทุนที่ “คน” มากกว่า โดยให้คนได้ลงมือใช้งาน AI อย่างจริงจังมากกว่าองค์กรอื่น ๆ ถึง 2 เท่า
สิ่งที่องค์กรขาดไม่ใช่เครื่องมือ แต่คือคนที่มองเห็นปัญหาครบทุกมุม
องค์กรจึงต้องมีคนที่มองเห็นภูเขาทั้งลูก และสามารถเชื่อม 4 เรื่องนี้เข้าด้วยกันได้ เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า AI Transformation Leaders ซึ่งเป็นคนที่คุยกับผู้บริหารด้วยตัวเลขได้ คุยกับทีมด้วยเหตุผลได้ และพา AI ไปได้ไกลกว่าแค่ Stage การทดลองใช้ในองค์กร แต่สามารถพาไปสร้างผลลัพธ์ได้ให้กับธุรกิจได้จริง
เป็นคนขับเคลื่อน AI Project ให้เกิดขึ้นจริง และวัด ROI เพื่อตอบเป็นตัวเลขให้ผู้บริหารได้อย่างมั่นใจ
ถ้าคุณต้องการสร้าง AI Transformation Leader ในองค์กรต้องทำอย่างไร?
ใหม่! AI Transformation Accelerator
4-Week Fast Track Program หลักสูตรปั้น Transformation Leader ให้พร้อมวางแผนและขับเคลื่อน AI Projects ในองค์กรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ค้นหา AI Opportunity ที่น่าลงทุน ออกแบบ Workflow ใหม่ ประเมิน Business Case และ ROI ไปจนถึงวาง Roadmap สำหรับขับเคลื่อนจริง
เรียนรู้จาก 10 Expert Speakers ที่มีประสบการณ์ด้าน AI และ Transformation อาทิ จาก CP Axtra, SCG Digital, LINE MAN Wongnai, Chula และท่านอื่น ๆ อีกมากมาย
เรียนจบพร้อมกลับไปขับเคลื่อน AI Transformation ทันที! ขอรายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมได้เลยที่นี่!











