มีเสียงตอบรับจากผู้บริหารมากมาย ว่าการมีคนรับผิดชอบเรื่อง AI ทำให้ “ลงทุน AI แล้วคุ้มมาก” ต่างกว่าการไม่มีถึง 7 เท่า! 👀
บริษัทคุณเป็นแบบนี้ไหม…?
ให้พนักงานอบรม AI กันไปยกทีม ได้เรียนรู้อะไรตั้งเยอะแยะ แต่พอกลับมาทำงาน วิธีทำงานกลับยังเหมือนเดิม
แล้วผู้บริหารก็เริ่มถามว่า “ลงทุนไปแล้ว ได้อะไรกลับมา?”
ความท้าทายอาจไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของ AI แต่อยู่ที่ว่า ใครจะพาทีมเปลี่ยนสิ่งที่เรียนรู้ให้เป็นวิธีทำงานใหม่ และสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจ
ผลสำรวจจาก Wharton–GBK
เผยแพร่เดือนตุลาคม 2026 จากผู้นำองค์กรและพนักงานในสหรัฐฯ 1,416 คน พบว่า สัดส่วนผู้บริหารที่ประเมินว่าการลงทุน AI ให้ผลตอบแทนเป็นบวกอย่างมาก (Strongly Positive ROI) แตกต่างกันตามรูปแบบผู้รับผิดชอบด้าน AI ขององค์กรอย่างชัดเจน
- 58% — ในองค์กรที่แต่งตั้ง Chief AI Officer โดยเฉพาะ
- 24% — ในองค์กรที่มอบหมายให้ผู้บริหารเดิมรับผิดชอบด้าน AI เพิ่ม
- 8% — ในองค์กรที่ไม่มีบทบาทดังกล่าวและไม่มีแผนจะแต่งตั้ง
ซึ่งสัดส่วน 58% เทียบกับ 8% ต่างกันมากถึง 7 เท่า แม้ไม่ได้หมายความว่าแค่แต่งตั้งคนแล้ว ROI จะเพิ่มขึ้นทันที แต่ข้อมูลนี้สะท้อนว่า…
การกำหนดผู้รับผิดชอบด้าน AI ให้ชัดเจน เป็นเรื่องที่องค์กรควรให้ความสำคัญ
ซึ่งการมีผู้บริหารดูแล AI ยังต้องมาคู่กับคนที่พาทีมลงมือทำ เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในหน้างานจริงของทุก ๆ แผนก องค์กรจึงต้องมี “ผู้ขับเคลื่อน AI” ที่เข้าใจหน้างาน ช่วยเลือกโจทย์ ออกแบบ Workflow และพาทีมปรับวิธีทำงาน พร้อมวัดผลว่า AI สร้างคุณค่าได้จริงแค่ไหน
คนนี้อาจเป็นหัวหน้าแผนก เจ้าของ Process หรือ Project Lead ที่รับบท AI Champion หรือ AI Transformation Leader ก็ได้
อีกข้อค้นพบที่น่าสนใจจากรายงานนี้ คือวิธีที่องค์กรตั้งเป้าและวัดผลจาก AI
มองให้ไกลถึง “การเติบโต” ไม่ใช่แค่ “ประหยัดเวลา”
ผู้นำองค์กรเกินครึ่ง (52%) ยังมองว่าบทบาทหลักของ AI คือเพิ่ม Productivity หรือลดต้นทุน
แต่ในกลุ่มองค์กรที่วัดผลด้านการเติบโตด้วย เช่น เพิ่มยอดขายหรือหาลูกค้าใหม่ ผู้บริหาร 35% ประเมินว่าการลงทุน AI ให้ผลตอบแทนเป็นบวกอย่างมาก เทียบกับ 13% ในกลุ่มที่วัดเฉพาะประสิทธิภาพ เช่น เวลาหรือต้นทุนที่ลดลง — ต่างกันเกือบ 3 เท่า
ผู้ขับเคลื่อน AI จึงต้องช่วยทีมถามให้ไกลกว่า “AI ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้นไหม” ไปถึง “AI ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างไร”
แล้วใครควรเป็นผู้ขับเคลื่อน AI?
ไม่จำเป็นต้องเป็นสาย IT หรือเป็น Dev แต่ต้องเข้าใจงาน พร้อมเรียนรู้ความสามารถและข้อจำกัดของ AI และทำงานร่วมกับคนที่เกี่ยวข้องได้
คนที่เหมาะอาจเป็นหัวหน้าแผนก เจ้าของ Process, Project Lead หรือคนในทีมที่รู้หน้างานจริง มองเห็นปัญหา และอยากชวนทีมเปลี่ยนวิธีทำงานให้ดีขึ้น
5 สิ่งที่ทำให้เห็นว่า คุณอาจมีพื้นฐานที่ต่อยอดสู่บทบาทนี้ได้
- เพื่อนชอบมาถามว่า “งานนี้ใช้ AI ช่วยได้ไหม”
- มองออกว่างานไหนในทีมติดขัด และควรแก้ตรงไหนก่อน
- ชอบทดลองวิธีทำงานใหม่ แล้วติดตามว่าได้ผลจริงไหม
- ชวนเพื่อนร่วมทีมมาลองและปรับวิธีทำงานด้วยกันได้
- อธิบายเรื่อง AI ให้คนต่างสายงานเข้าใจและเห็นประโยชน์ได้
ถ้ามีบางข้อที่ใช่ คุณมีจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว 🙌
ที่เหลือคือเติมทักษะให้เลือกโจทย์ได้ ออกแบบการเปลี่ยนแปลงเป็น และวัดความคุ้มค่าได้จริง
หากองค์กรคุณกำลังมองหาคนที่จะพา AI Projects เดินหน้าต่อ หรือคุณอยากพัฒนาตัวเองสู่บทบาท AI Transformation Leader
ใหม่! AI Transformation Accelerator
4-Week Fast Track Program หลักสูตรปั้น Transformation Leader ให้พร้อมวางแผนและขับเคลื่อน AI Projects ในองค์กรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ค้นหา AI Opportunity ที่น่าลงทุน ออกแบบ Workflow ใหม่ ประเมิน Business Case และ ROI ไปจนถึงวาง Roadmap สำหรับขับเคลื่อนจริง
เรียนรู้จาก 10 Expert Speakers ที่มีประสบการณ์ด้าน AI และ Transformation อาทิ จาก CP Axtra, SCG Digital, LINE MAN Wongnai, Chula และท่านอื่น ๆ อีกมากมาย
เรียนจบพร้อมกลับไปขับเคลื่อน AI Transformation ทันที
ที่มา: Wharton–GBK, The Adaptive Advantage: Who’s Winning with AI and How (ต.ค. 2026)











