เดี๋ยวนี้เวลาอยากซื้ออะไรสักอย่าง หลายคนเริ่มหันมาใช้ AI ช่วยหาข้อมูลและเปรียบเทียบสินค้ากันมากขึ้น เพราะแค่บอกงบประมาณ ความต้องการ หรือคุณสมบัติที่อยากได้ AI ก็ช่วยรวบรวมตัวเลือกที่น่าสนใจมาให้ได้เลย

ลองนึกภาพว่าเรากำลังมองหาเก้าอี้ทำงานใหม่สักตัว แทนที่จะเปิดดูหลายเว็บไซต์แล้วเปรียบเทียบเอง เราอาจถาม ChatGPT ว่า…

“ช่วยแนะนำเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ งบไม่เกิน 8,000 บาท สำหรับคนที่นั่งทำงานวันละ 8 ชั่วโมง พร้อมเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียให้หน่อย”

ตัวอย่างการใช้ ChatGPT แนะนำและเปรียบเทียบเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ

AI ก็สามารถช่วยค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบคุณสมบัติ และแนะนำสินค้าที่น่าสนใจมาให้ได้ ฟังดูสะดวกสำหรับคนซื้อ แต่ถ้าลองมองในมุมของคนทำ Marketing บ้างล่ะ?

ลองคิดดูว่า ถ้า AI แนะนำมา 5 แบรนด์ แต่ไม่มีชื่อแบรนด์เราเลย ทั้งที่สินค้าของเราก็ตอบโจทย์ลูกค้าได้เหมือนกัน จะน่าเสียดายโอกาสแค่ไหน!

เพราะต่อให้เราลงทุนสร้าง Brand Awareness ทำคอนเทนต์ หรือพัฒนาเว็บไซต์มาอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่ได้หมายความว่า AI จะหยิบแบรนด์เราไปแนะนำให้ลูกค้าเสมอไป

นี่จึงเป็นอีกเรื่องที่คนทำ Marketing ไม่ควรมองข้าม ไม่ใช่แค่ว่าจะทำให้คนรู้จักแบรนด์ได้ยังไง แต่รวมถึงลูกค้ากำลังใช้ AI ค้นหาสินค้าแบบไหน และแบรนด์เรามีโอกาสเข้าไปอยู่ในคำตอบเหล่านั้นมากแค่ไหน

วันนี้เลยอยากชวนมารู้จัก Golden Scenarios หนึ่งในแนวคิดที่ใช้วาง AI Search Strategy เพื่อช่วยให้เราเริ่มสำรวจเรื่องนี้ได้อย่างเป็นระบบ

Golden Scenarios คืออะไร?

อธิบายง่าย ๆ ก็คือ การเลือกสถานการณ์ค้นหาที่สำคัญกับธุรกิจ เพื่อทำความเข้าใจว่าลูกค้าจะถาม AI ว่าอะไรบ้างในแต่ละช่วงก่อนตัดสินใจซื้อ แล้วนำคำถามเหล่านั้นมาทดสอบว่า AI พูดถึงแบรนด์ของเราอย่างไร

ลองใช้ธุรกิจขายเก้าอี้ทำงานเป็นตัวอย่างกัน

1. Awareness: ช่วงที่ลูกค้าเริ่มมีปัญหา

“นั่งทำงานนาน ๆ แล้วปวดหลัง ควรแก้ยังไงดี?”

สังเกตว่าลูกค้ายังไม่ได้ถามถึงเก้าอี้ใหม่เลย เพราะตอนนี้เขาแค่กำลังหาวิธีแก้ปัญหาที่เจออยู่

สำหรับแบรนด์ นี่เป็นจังหวะที่น่าสนใจในการสร้างคอนเทนต์ให้ความรู้ เช่น วิธีปรับท่านั่ง การจัดโต๊ะทำงาน หรือการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับสรีระ

เพราะบางครั้งการเข้าถึงลูกค้า ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการขายสินค้าเสมอไป แต่เริ่มจากการเป็นแหล่งข้อมูลที่ช่วยตอบปัญหาของเขาก่อน

2. Consideration: ช่วงที่ลูกค้าเริ่มเปรียบเทียบ

“เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพกับเก้าอี้สำนักงานทั่วไปต่างกันยังไง?”

คราวนี้ลูกค้าเริ่มสนใจสินค้าแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบไหนดี

สิ่งที่แบรนด์ควรกลับมาดูคือ เรามีคอนเทนต์ที่ช่วยให้ลูกค้าเปรียบเทียบและตัดสินใจได้ง่ายขึ้นหรือยัง? ไม่ว่าจะเป็นตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ ข้อดีข้อจำกัด หรือคำแนะนำว่าสินค้าแต่ละประเภทเหมาะกับใคร

เพราะถ้าลูกค้าหาคำตอบจากเราไม่เจอ เขาก็มีตัวเลือกอื่นให้หาข้อมูลต่ออีกมาก

3. Decision: ช่วงที่ลูกค้าพร้อมตัดสินใจซื้อ

“แนะนำเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ งบไม่เกิน 8,000 บาท สำหรับคนสูง 170 ซม.”

พอมาถึงช่วงนี้ ลูกค้าเริ่มรู้แล้วว่าต้องการอะไร ทั้งงบประมาณ คุณสมบัติ และลักษณะการใช้งาน

นี่เป็นช่วงที่แบรนด์อยากเข้าไปอยู่ในตัวเลือกของลูกค้ามากที่สุด แต่ถ้า AI นำเสนอแต่สินค้าของแบรนด์อื่น ก็เป็นสัญญาณให้เรากลับมาตรวจสอบว่า ข้อมูลสินค้าของเราครบถ้วน ถูกต้อง และเข้าถึงได้ง่ายแค่ไหน

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ระบุขนาดและราคาไว้ชัดเจนหรือยัง? มีข้อมูลว่าสินค้าเหมาะกับการใช้งานแบบไหน? หรือมีรายละเอียดที่ช่วยให้ลูกค้าเปรียบเทียบกับตัวเลือกอื่นได้หรือเปล่า?

เพราะข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้สำคัญแค่กับ AI แต่ยังช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้นด้วย

แล้วจะนำ Golden Scenarios ไปใช้กับแบรนด์ตัวเองได้ยังไง?

ลองเริ่มจาก 3 ขั้นตอนนี้

STEP 1: ใช้ AI ช่วยลิสต์คำถามที่ลูกค้าอาจค้นหา

ไม่จำเป็นต้องนั่งคิดคำถามเองทั้งหมด เพราะเราสามารถใช้ ChatGPT หรือ Gemini ช่วยตั้งต้นได้เลย

เริ่มจากเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และปัญหาหรือความต้องการที่ลูกค้ามักเจอ จากนั้นลองใช้ Prompt นี้

ช่วยวิเคราะห์ Customer Journey สำหรับธุรกิจ [ประเภทธุรกิจ] ที่ขาย [สินค้า/บริการ] โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือ [กลุ่มลูกค้า] และมีปัญหาหรือความต้องการหลักคือ [Pain Point]

ช่วยลิสต์ตัวอย่างคำถามที่ลูกค้ากลุ่มนี้น่าจะใช้ถาม ChatGPT หรือ Gemini ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่

1. Awareness: ลูกค้ายังไม่ได้คิดจะซื้อสินค้า แต่กำลังหาวิธีแก้ปัญหา
2. Consideration: ลูกค้าเริ่มสนใจสินค้าและกำลังเปรียบเทียบทางเลือก
3. Decision: ลูกค้ามีความต้องการชัดเจนและกำลังเลือกซื้อ

สร้างช่วงละ 3 คำถาม ขอเป็นภาษาธรรมชาติที่ลูกค้าทั่วไปใช้ ไม่เน้นคำโฆษณา ไม่จำเป็นต้องพูดถึงชื่อแบรนด์ และอธิบายสั้น ๆ ว่าแต่ละคำถามสะท้อนความต้องการอะไรของลูกค้า

ตัวอย่าง Customer Journey และคำถามที่ลูกค้าอาจค้นหาผ่าน AI ก่อนตัดสินใจซื้อ

เมื่อได้คำถามมาแล้ว ลองเลือกข้อที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและกลุ่มลูกค้าของเรามากที่สุด เพื่อนำไปทดลองค้นหาต่อ

* คำถามที่ AI ช่วยคิดขึ้นมายังเป็นเพียงสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อมูลพฤติกรรมการค้นหาจริงของลูกค้า หากมีข้อมูลจากฝ่ายขาย คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย หรือ Customer Research อยู่แล้ว ควรนำมาใช้ประกอบด้วย

STEP 2: ทดลองค้นหาและดูว่า AI พูดถึงแบรนด์เราอย่างไร

นำคำถามที่เลือกไว้ไปทดลองกับ ChatGPT หรือ Gemini แล้วสังเกตว่า

  • AI พูดถึงแบรนด์ของเราหรือเปล่า?
  • มีแบรนด์ไหนถูกแนะนำบ้าง?
  • AI อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์หรือแหล่งไหน?
  • ข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์เราถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่?

* แนะนำให้ลองหลายคำถามและบันทึกผลไว้เปรียบเทียบกัน เพราะคำตอบของ AI เปลี่ยนไปได้ตามโมเดล บริบท และช่วงเวลาที่ค้นหา

ที่สำคัญ อย่าเพิ่งสรุปว่าแบรนด์เรามีปัญหาเพียงเพราะ AI ไม่แนะนำจากการทดลองครั้งเดียว สิ่งที่เรากำลังทำคือการดูเพิ่มว่า วิธีค้นหาแบบไหนที่ทำให้แบรนด์เราถูกพูดถึง และสถานการณ์ไหนที่ยังมีช่องว่างให้พัฒนาต่อ

STEP 3: นำสิ่งที่พบกลับมาปรับ Content Strategy

หากทดลองแล้วไม่เจอแบรนด์ตัวเอง ก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบทำเว็บไซต์ใหม่หรือผลิตคอนเทนต์เพิ่มเป็นจำนวนมาก ลองกลับมาตรวจสอบสิ่งที่มีอยู่ก่อนว่า

  • เว็บไซต์ตอบคำถามสำคัญของลูกค้าครบหรือยัง?
  • รายละเอียดสินค้าและบริการชัดเจนเพียงพอไหม?
  • มีข้อมูลเปรียบเทียบที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้หรือเปล่า?
  • มีคำถามอะไรที่ลูกค้าสนใจ แต่แบรนด์ยังไม่ได้ทำคอนเทนต์ตอบ?

บางครั้งสิ่งที่ต้องทำก็เป็นเพียงการกลับไปปรับบทความเดิม เพิ่มข้อมูลที่ขาด หรือจัดโครงสร้างเนื้อหาให้เข้าใจง่ายขึ้น และถ้าพบว่ามีคำถามบางกลุ่มที่แบรนด์ยังไม่มีเนื้อหาตอบเลย ก็สามารถนำมาเป็นไอเดียสำหรับวาง Content Plan ในรอบถัดไปได้

นี่จึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด GEO (Generative Engine Optimization) ที่มุ่งเพิ่มโอกาสให้ AI ค้นพบ เข้าใจ และนำข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ไปประกอบคำตอบ

ต่อให้ผลการทดลองยังไม่พบแบรนด์เราเลย สิ่งที่ได้กลับมาก็ไม่ได้มีแค่เรื่องการปรากฏบน AI Search แต่ยังช่วยให้ทีม Marketing มองเห็นคำถามของลูกค้าที่ควรศึกษาเพิ่มเติม ช่องว่างของคอนเทนต์ และประเด็นที่สามารถนำไปต่อยอดกลยุทธ์การสื่อสารของแบรนด์ได้

เพราะในวันที่ลูกค้าเริ่มให้ AI ช่วยหาข้อมูลและเลือกสินค้า แบรนด์ที่เตรียมข้อมูลให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ จะมีพื้นฐานที่ดีกว่าในการปรับตัวรับพฤติกรรมการค้นหารูปแบบใหม่

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าลูกค้าจะค้นหาผ่าน Google หรือถาม AI การเข้าใจว่าลูกค้าต้องการรู้อะไรในแต่ละช่วงก่อนตัดสินใจซื้อ ก็ยังเป็นหัวใจสำคัญของการทำ Marketing

แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ วันนี้เราไม่ได้ต้องคิดแค่ว่าจะทำยังไงให้คนค้นเจอแบรนด์เท่านั้น เราต้องเริ่มคิดด้วยว่าจะทำให้ข้อมูลของแบรนด์พร้อมสำหรับการถูกค้นพบและนำไปใช้ในคำตอบของ AI ได้อย่างไร

อยากวาง AI Search Strategy ให้แบรนด์อย่างเป็นระบบ?

หากคุณอยากต่อยอดจากการทดลองเช็กแบรนด์ ไปสู่การวาง AI Search Strategy อย่างเป็นระบบ มาเรียนรู้ SEO, AEO และ GEO พร้อมลงมือทำจริง ในเวิร์กชอป 4 วันจาก Skooldio ที่จะพาอัปสกิล AI สำหรับงาน Marketing ตั้งแต่ Strategy, Creative, AI Search ไปจนถึง AI Agent

เหมาะมากสำหรับคนทำงานสาย Marketing หรือเจ้าของธุรกิจ จะส่งหัวหน้ามาเรียน หรืออัปสกิลทั้งทีมก็ได้ แอดมินขอแนะนำ Workshop นี้เลย!

Generative AI for Marketing Transformation

เวิร์กชอปเรียนสด 4 วันเต็ม ! อัปเดตเนื้อหาใหม่ สอนเทคนิคใช้ AI ในงาน Marketing แบบครบลูป ตั้งแต่วางแผน เขียนคอนเทนต์ให้ติด SEO และ AI Search วิเคราะห์ข้อมูลสรุป Insight ไปจนถึงทำ AI Agent / Automation ให้พร้อมใช้กับงานคุณจริงทันที

ดูรายละเอียดหลักสูตรเลยที่ลิงก์นี้!

More in:AI

Comments are closed.