สรุปเซสชัน AI Native: the Mandate to Transform Your Company โดย Dr. Kai- Fu Lee – Founder & CEO of 01.AI | Chairman of Sinovation Ventures ในงาน Techsauce Global Summit 2026
อนาคตคนเป็นหัวหน้าในยุค AI
เซสชันนี้ได้คุณ Kai- Fu Lee หนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลด้าน AI ระดับโลก มาร่วมแชร์มุมมองและแนวคิดที่มีต่อ AI และองค์กรในอนาคต ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจจากเซสชันนี้คือ โครงสร้างองค์กรที่จะเปลี่ยนแปลงไปและ อนาคตของคนเป็น “หัวหน้า” ในยุค AI
แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคำหนึ่งที่คุณ Kai- Fu Lee พูดถึงบ่อยมาก ๆ ในเซสชันนี้ก่อน นั่นก็คือ DRI หรือ Directly Responsible Individual ซึ่งเป็นบทบาทที่คุณ Kai- Fu Lee เรียกว่าเป็นเหมือน“Mini-CEO” ของ AI-First Organization เลยก็ว่าได้
DRI คือใคร สำคัญยังไง?
ในยุคนี้ที่ AI Agent มีความเก่งกาจและทรงพลังขึ้นมาก บริษัทต่าง ๆ เองก็ต้องการคนที่รู้วิธีจัดการกับ AI Agent เหล่านี้ และ DRI ก็คือคนกลุ่มนั้น
คนที่เป็น DRI ต้องรู้วิธีสร้าง ประยุกต์ และใช้งาน AI เพื่อส่งมอบงาน รวมไปถึงการคอยดูแลรับผิดชอบงานที่อยู่ในระดับที่สูงมาก เรียกได้ว่าแบบ End-to-End
สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตหรือตอนนี้เอง คือหลาย ๆ องค์กรก็มีโครงสร้างองค์กรแบบดั้งเดิมที่ทำงานตามลำดับขั้น แต่หลังจากการ transformation แล้ว DRI จะเป็นคนที่เข้ามามีบทบาทในการนำทีม ทั้งบริหารจัดการดูแลพนักงานที่เป็น AI และพนักงานที่เป็นมนุษย์
ซึ่งอนาคตของหัวหน้าในยุค AI ก็มีความเกี่ยวข้องกับ DRI
อนาคต 4 แบบของคนเป็น Leaders และ Managers
Agent + DRI Leadership: Own the Outcomes
อนาคตแบบแรก คุณ Kai- Fu Lee เล่าว่า “น่าตื่นเต้นที่สุด” มันคือการที่หัวหน้าก้าวขึ้นมาเป็น DRI ที่เข้ามาเป็นเจ้าของผลลัพธ์ และบริหารจัดการผลลัพธ์นั้น แทนที่จะเป็นเพียงแค่คนกลางที่คอยส่งต่อข้อมูล
Return to First-Line Coach: High-level “People Leader”
อนาคตแบบที่ที่ 2 คือการที่หัวหน้าผันตัวเป็น “Super Coach” ให้กับ DRI คนอื่น ๆ ซึ่งสิ่งนี่เป็นสิ่งที่คนเป็น middle manager มักจะทำได้ดีมาก สำหรับกลุ่ม DRI มือใหม่ที่มักจะยังไม่มีทักษะด้านการจัดการคน หรือ People Skills ที่ดีพอ พวกเขาก็ยิ่งต้องการคนเป็นโค้ชมาคอยช่วยเหลือ
Bridge Builder in Transformation: Strategist Translator / Organization Connector
อนาคตแบบที่ 3 คือการทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ ถ่ายทอด หรือสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน (Bridging Function) เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถเปลี่ยนโครงสร้างจากการทำงานตามลำดับขั้นแบบเดิม ไปสู่ระบบการทำงานคู่ขนาน และก้าวไปสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย DRI เพียงอย่างเดียวในท้ายที่สุด
แต่สิ่งที่ต้องระวังสำหรับแนวทางนี้คือ ถ้าคุณค่าที่เราสามารถมอบให้องค์กรได้มีแค่การที่เราเป็น “ตัวกลาง” ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ท้ายที่สุดแล้วพอถึงจุดนึงบทบาทหน้าที่นี้ของเราก็จะหายไป
The Flattened Middle Layer: The End of Information Relayers
และอนาคตแบบสุดท้ายนี้จะเกิดขึ้นกับหัวหน้า ที่ไม่สามารถปรับตัวตามแนวทางที่หนึ่ง สอง หรือสามได้ พวกเขาเหล่านี้ก็จะถูกปรับลดบทบาทและถูกกลืนหายไปในท้ายที่สุด
คุณ Kai- Fu Lee เล่าว่า เพราะองค์กรเองก็ไม่ต้องการ manager ที่ทำหน้าที่เพียงแค่จัดการคน, จัดประชุมหรือเป็นแค่คนกลางที่ส่งต่อข้อมูลเฉย ๆ องค์กรต้องการ manager ที่สามารถเป็น DRI เพื่อรับผิดชอบงานที่มีความสำคัญต่อบริษัทได้ หรือไม่ก็ manager ที่สามารถผันตัวเป็นโค้ช คอยแนะนำวิธีการทำงานได้
“I think AI can already do a lot of thinking, but they cannot take accountability, they cannot lead. And that’s where we, the humans, still have a great value.”
เราจะเห็นได้ว่าบทบาทของผู้นำในอนาคตจะเปลี่ยนไปมาก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า AI จะมาแทนที่คน ดังนั้นการทำงานระหว่างคนและ AI จะมีความเป็น “symbiotic” หรือเป็นเหมือนการพึ่งพิงซึ่งกันและกัน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ทั้งสองฝ่ายมากกว่า








