จาก Graphic Designer สู่ UI Designer ใน 1 ปี

“Where do you see yourself in 3 years” ข้อความสั้นๆ บนบอร์ดที่ทำให้ใจเราเต้นแรง และช่วยตอกย้ำให้มั่นใจว่า เราจะเปลี่ยนจาก Graphic Designer เป็น UI Designer ให้ได้

"Where do you see yourself in 3 years” เราจะเปลี่ยนจาก Graphic Designer เป็น UI Designer ให้ได้ | Skooldio Blog - จาก Graphic Designer สู่ UI Designer ใน 1 ปี

หลายธุรกิจในปัจจุบันต้องการมีเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันเป็นของตัวเอง ซึ่งการจะออกแบบผลิตภัณฑ์ Digital ที่ลูกค้าประทับใจได้นั้น ต้องให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานมากที่สุด ดังนั้นตำแหน่ง UX UI Designer จึงเริ่มเติบโต และมีแนวโน้มความต้องการสูงขึ้นมากในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา แน่นอนว่ามีคนมากมายที่ตั้งเป้าหมาย พัฒนาตัวเองเพื่อให้ได้เป็น UX UI Designer ‘คุณหนึ่ง’ ก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น 

ก่อนหน้านี้เราเคยได้คุยกับคนที่ทำงานด้าน Software Developer อย่างคุณ ‘กี้’ จากสถาปนิกสู่โปรแกรมเมอร์ กันไปแล้ว ครั้งนี้เราขอแนะนำให้รู้จักคุณ ‘หนึ่ง-ศิริรัตน์ กรส่งแก้ว’ ที่เบนเข็มจาก Creative Designer หรือ Graphic Designer สู่การเป็น UI Designer กันบ้าง ซึ่งเราเชื่อว่า นี่อาจเป็นเส้นทางที่ใครหลายคนกำลังเลือกเดินอยู่ตอนนี้

จากการพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ หนึ่งเป็นหนึ่งคนที่มีเป้าหมายชัดเจน มุ่งมั่น และโฟกัสกับสิ่งที่จะทำให้ตัวเองไปอยู่ใกล้กับเป้าหมายนั้นมากที่สุดอยู่เสมอ มาดูกันว่าเส้นทางการเป็น UI Designer ของ ‘หนึ่ง’ มีที่มาที่ไปอย่างไร 

หนึ่ง-ศิริรัตน์ กรส่งแก้ว | Skooldio Blog - จาก Graphic Designer สู่ UI Designer ใน 1 ปี

ทำไมตอนแรกถึงเป็น Creative Designer

เนื่องจากเรียนสายศิลป์มาตลอด ตอนมหาวิทยาลัย ได้เลือกเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ นิเทศศิลป์ เอก Computer Graphic ก็คือทำเกี่ยวกับการออกแบบนี่แหละ แต่เป็นพวก 3D Animation พอจบมาส่วนใหญ่ก็ไปเป็น Graphic Designer, Creative Designer หรือบางที่ก็ควบเลย ทำมันทุกอย่าง 

เริ่มด้วยการทำงานแบบไหนมาก่อน?

งานแรกนี่จำแม่นเลย ออกแบบชุดเครื่องเขียน คือบริษัทไปซื้อลิขสิทธิ์มาเป็นตัวการ์ตูน แล้วเราก็เอามาวางดีไซน์ในเครื่องเขียนต่างๆ แต่หลักๆ คือออกแบบทุกอย่างเลย ตั้งแต่ออกแบบชิ้นงาน ผลิตภัณฑ์ทั่วไป ออกแบบ Media สำหรับ Billboard ต่างๆ รวมถึงทำ Animation ตามบรีฟจากลูกค้า

รู้จัก UX UI ได้ยังไง? 

จริงๆ รู้จักจากเจ้านายนี่แหละ ตอนนั้นเริ่มมีงานออกแบบเว็บจากลูกค้ามากขึ้น เราก็ไม่เคยออกแบบเว็บมาก่อน ไม่รู้เลยว่าต้องทำอะไรบ้าง ต้องคิดถึงการทำงานของเว็บยังไงบ้าง ลูกค้าให้บรีฟ ให้ CI มา หัวหน้าก็หา reference จาก Pinterest เราก็ทำๆๆ เน้นสวยงามล้วนๆ จะใช้ง่ายมั้ย โปรแกรมเมอร์จะทำได้รึเปล่า เราไม่ได้นึกถึงเลย แค่ลูกค้าโอเค เราก็โอเค 

จนวันนึงหัวหน้าเริ่มพูดคำว่า User Interface, User Experience ขึ้นมา ทำให้เราได้มองเห็นอีกมุมนึงของการออกแบบเว็บไซต์ ที่ไม่ใช่แค่ความสวยงาม ไม่ได้คิดแค่การออกแบบหน้านี้หน้าเดียว แต่ได้มองเป็น journey เป็นภาพที่ใหญ่ขึ้น ได้ทำความรู้จักกับการเข้าใจผู้ใช้จริงๆ มากขึ้น ยอมรับว่าตอนนั้นไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของความสนใจด้านนี้ 

รู้จักแล้ว เริ่ม ’เปลี่ยน’ ความคิดเมื่อไหร่

หลังจากออกแบบเว็บมากขึ้น เราก็เริ่มรู้สึกว่า เว็บที่ดีเนี่ย แค่สวยอย่างเดียวไม่พอแน่ๆ บวกกับการที่เราเพิ่งรู้จักและทำความเข้าใจกับคำว่า UX UI มากขึ้นด้วย เลยรู้สึกสนใจสายงานด้านนี้ อยากเข้าใจวิธีการทำเว็บแบบจริงจังขึ้นมา เลยเริ่มหาความรู้ด้านนี้

หาความรู้จากที่ไหน

เป็นคนไทยใช้ Google เก่งอยู่แล้ว (เลิ่กลั่กๆ) ก็เริ่มหาอ่านจาก Social ต่างๆ นี่แหละ อ่านโพสต์ อ่าน Medium ที่คนเขาแชร์ๆ กัน เข้าไปอยู่ตาม Facebook Groups ต่างๆ ที่พูดถึงหรือแบ่งปันความรู้เรื่องนี้ เอาตัวเองเข้าไปอยู่ใน Communities ที่คนเหล่านี้เขาอยู่กัน พอเริ่มอินเริ่มเข้าใจ ก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ตั้งคำถามกับลูกค้า ‘เราทำเว็บนี้ให้ใครใช้’ ระหว่างออกแบบเริ่มจำลองตัวเองเป็น User ถ้าคนที่ใช้งานเป็นคนแบบนี้ เขาจะชอบเว็บแบบไหน เริ่มทำงานแบบมี logic มากขึ้น จนเริ่มตั้งเป้าว่า เราต้องเป็น UX UI Designer 

แต่ไม่ได้เรียนด้านนี้มา สร้าง portfolio ยังไง 

พอมีเป้าที่ชัดแล้วว่าอยากจะเป็น UX UI Designer ก็ list ออกมาเลย มีอะไรบ้างที่เรายังขาด มีอะไรบ้างที่เราต้องเสริม ต้องทำให้คนสัมภาษณ์เห็นให้ได้ว่าเราพยายามและตั้งใจมาก จากการเอาตัวเองไปสิงที่ต่างๆ เนี่ยก็จะเห็นว่าคนที่เป็น UX UI กัน เขาต้องทำอะไร ต้องมีสกิลอะไรบ้าง จนวันนึงมีคนโพสหาที่เรียนด้าน UX UI ในกลุ่ม UX Thailand พอดี มีคนแนะนำที่นู่นที่นี่ ก็ไปหาข้อมูลต่อ จนมาเจอคอร์ส UI ของ Skooldio เข้า 

บรรยากาศห้องเรียนคอร์ส Intensive UI | Skooldio Blog - จาก Graphic Designer สู่ UI Designer ใน 1 ปี

ราคาค่อนข้างสูง ทำไมถึงตัดสินใจเรียน

ตอนแรกก็มีคิดเรื่องราคาอยู่พอสมควร แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจมาเรียนเพราะคิดว่าน่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า คิดว่าเรียนจบแล้วเอา Certificate หรือเอาไปเล่าตอนสมัครงานต่อได้ ตอนนั้นลงเรียนด้วยเงินตัวเองเลย ไม่ได้บอกบริษัท ไม่ได้ขอเบิกอะไร มาเรียนเพื่อให้รู้ด้วยว่าสรุปเราชอบสายงานนี้จริงมั้ย 

จริงๆ ตั้งใจมาขอคำปรึกษาจากพี่แบงค์ อภิรักษ์ด้วยแหละ จากที่อยู่ในกลุ่ม UX Thailand มาพักนึง ก็เห็นว่าพี่เขาดูเก่งมากๆ ดูมีประสบการณ์มาก ต้องมีคำแนะนำดีๆ ในสายงานนี้ให้เราได้แน่ๆ 

คิดว่าคุ้มค่ามั้ย? 

บอกเลยว่าคุ้มมากๆ อย่างที่บอกไปพี่แบงค์เก่งมาก พอมาเรียนก็เห็นว่าพี่เขาเรียบเรียงเนื้อหามาดี และสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีมากด้วย กิจกรรมทุกอันที่ได้ทำคือเน้นให้เราคิดถึงผู้ใช้งานทุกขั้นตอน พอจบคลาส เราพุ่งเข้าไปขอคำแนะนำจากผู้สอนทันที ตอนนั้นพี่แบงค์แนะนำเว็บ https://www.dailyui.co/ มันดีมากเลยเป็นเหมือน 100 Days Challenge ของคนที่อยากเป็น UX UI จะมีโจทย์ให้เราทำเรื่อยๆ เข้าใจ context ของสายงานนี้มากขึ้น เป้าหมายของเรายิ่งชัดขึ้นไปอีก 

หลังจากนั้น พอได้เรียนกับ Skooldio ยิ่งทำให้เห็นว่าที่นี่คำนึงถึงประสบการณ์ของผู้เรียน ประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริงๆ จนวันนึง Skooldio จัดงาน Beta Conference ขึ้นมา เป็นเหมือนงาน Talk ประจำปีที่คัด Speaker มาโหดมาก Topic จะเป็นเรื่อง Data, Design, Developer เป็นหลัก เราก็คิดว่า งานแบบนี้พลาดไม่ได้แน่ๆ วันนั้นได้ฟัง speaker ใหม่ๆ เยอะมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือ ในงานจัดบอร์ดอันใหญ่มากเขียนว่า “Where do you see yourself in 3 years?” ด้วยความตั้งใจของเรา เราก็ตรงดิ่งไปเขียนเลยว่า “UX/UI Designer” แล้วถ่ายรูปเก็บเอาไว้ เราตั้งใจจะเป็นให้ได้จริงๆ

Where do you see yourself in 3 years? | Skooldio Blog - จาก Graphic Designer สู่ UI Designer ใน 1 ปี

จุดไหนที่คิดว่าพร้อมสำหรับการย้ายไปงานใหม่

ไม่ได้มีสัญญาณที่ชัดเจนขนาดนั้น แต่คิดว่าพร้อม เพราะเราเอาสิ่งที่เรียนมาไปปรับใช้ในงานของเรา ไปปรับแก้ในงานเก่า จนเรามีผลงานจำนวนหนึ่งที่สามารถรวบรวมทำ portfolio ได้ เรารู้ตัวว่าไม่มีประสบการณ์มาก่อน ความรู้ที่มีอาจจะไม่ครบทุกอย่าง แต่สิ่งที่เราตั้งใจสื่อสารให้ผู้สัมภาษณ์รู้คือความตั้งใจที่จะเรียนรู้ของเรา เรามีความพยายามมากๆ กว่าจะมาถึงจุดนี้ และเราพร้อมที่จะเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง และพัฒนาไปด้วยกันหากได้รับโอกาสนี้

สัมภาษณ์งาน UX UI เป็นยังไงบ้าง

หลังจากที่เราเรียนคลาส UI กับ Skooldio แล้ว เราก็ติดตามเพจมาตลอด จนวันนึงมีโพส Day Zero เปิดรับสมัครงาน แล้วเราก็เจอว่าเขากำลังรับตำแหน่ง UX UI Designer อยู่พอดี เลยลองสมัครดู โชคดีที่ได้เรียกเข้าไปสัมภาษณ์ ทำให้เราได้อธิบาย ได้เล่าเรื่องให้เขาฟังมากกว่าแค่ให้ดู Portfolio

ใน Portfolio ของเรา เราเลือกแต่งานที่เราชอบมากที่สุด เป็นงานเก่าๆ ที่เรานำความรู้ที่ได้จากการเรียน และได้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ UX UI ด้วยตัวเอง มาปรับให้ดียิ่งขึ้น เราเชื่อว่า ถ้าเราเลือกมาแต่งานที่เราชอบมากจริงๆ เราจะมีเรื่องเล่าให้เขาฟังอย่างภาคภูมิใจ ไม่ใช่เอาแต่ใส่งานมาให้ดูเยอะๆ เท่านั้น

ระหว่างสัมภาษณ์ก็มีโจทย์มาให้ทำด้วย 
1. ให้หน้าเว็บมา แล้วให้ comment ว่าเว็บนี้ควรแก้ ปรับปรุง เพิ่มเติมตรงไหน 
2. ให้วาด Wireframe ของแอปฯ ตามโจทย์
3. ให้คิดและออกแบบ content ขายคอร์ส UX UI (มีอันนี้น่าจะเพราะใน Job  Description เขียนไว้ว่าอาจจะมีได้ทำ content ด้วย)

เราก็เค้นทุกอย่างสะสมมา ทำความเข้าใจโจทย์แต่ละข้อให้มากที่สุด รวมถึงการถามคนสัมภาษณ์เพื่อขอข้อมูลมาประกอบคำตอบของเรา เช่น user เป็นใคร อันนี้ อันนั้น มีไว้ทำอะไร… 

และสุดท้ายก็ได้มาเริ่มงาน ในฐานะ UI Designer ตามที่เราตั้งเป้าไว้จริงๆ

ความแตกต่างระหว่าง Graphic Designer และ UI Designer 

ขั้นตอนการทำงานต่างกันมาก จากที่เมื่อก่อนตอนเป็น Graphic Designer เรารับบรีฟจากลูกค้า ทำดราฟขึ้นมา ส่งๆ แก้ๆ พอ final ส่งงานแล้วคือจบกัน แต่เมื่อเรามาทำ UI แค่เริ่มก็ต่างกันแล้ว ก่อนอื่นเลยเราต้องเน้นที่การทำความเข้าใจ User อย่างมาก ต้องรู้จักวิธีการทำ User Journey ว่าจริงๆ แล้วก่อนจะมาเจอเว็บเรา User เขาทำอะไรมาก่อน เข้ามาแล้วจะทำอะไร หลังจากนั้นจะทำอะไร พอได้แล้วก็เอามาทำ Wireframe หน้านี้ทำอะไรไปไหนต่อ แล้วถึงเริ่มใส่ความสวยงาม ใส่สีสันลงไป ทำ Prototype เอาไป test กับ user เก็บ feedback กลับไปแก้ 

นอกจากนี้การเปลี่ยนมาทำ UI ยังทำให้เรามีระเบียบมากขึ้น จากตอนที่เป็น Graphic Designer เราทำงานคนเดียว ตบตีกับลูกค้าคนเดียว แก้งานคนเดียว ตอนนี้พอเราเป็น UI Designer เราต้องคำนึงถึงทีมอื่นๆ อีกมากมายที่จะต้องนำงานของเราไปพัฒนาต่อ ทำให้เรารู้จักจัดการงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น ผ่านการทำ Design Systems เพื่อช่วยให้การทำงานในทีม Designer ไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อส่งให้ Developer ทำงานต่อก็จะง่ายขึ้น

หนึ่ง-ศิริรัตน์ กรส่งแก้ว | Skooldio Blog - จาก Graphic Designer สู่ UI Designer ใน 1 ปี

ซึ่งการส่งงานต่อให้ Developer เป็นเรื่องใหม่สำหรับเรามาก ก่อนจะรู้จักการทำ UX UI เราออกแบบเว็บโดยคิดถึงแต่ความสวยงามเป็นหลัก Developer จะเอาไปทำได้จริงแค่ไหนไม่รู้ ไม่สนใจ แต่พอเรามาทำ UX UI เราก็ได้ลองคุยกับ Developer มากขึ้น และได้ลองเรียน HTML และ CSS เพื่อให้เข้าใจเบสิกของการเขียนโค้ด  (เหตุผลที่ควรเรียน CSS) ทำให้เราคุยกับ Developer ง่ายขึ้นมากๆ อย่างน้อยก็เริ่มเข้าใจว่าอันไหนทำง่าย อันไหนทำยาก เช่นบางทีถ้าเราต้องการย้ายวงกลม ในงาน Design ก็แค่คลิกจากอีกที่ไปไว้อีกที่ แต่ในการเขียน code มันไม่ใช่แค่นั้น 

เป็น UI ต้องรู้ UX มั้ย

เอาจริงๆ UI และ UX มันคู่กันเสมอนะ ถึงจะเป็นตำแหน่ง UI Designer แต่เวลาออกแบบก็ต้องคิดถึง Experience ของ User เสมอ จะออกแบบปุ่มนี้ไว้ตรงไหน ที่จะช่วยให้ User ไม่ต้องคิดเยอะ ออกแบบตรงนั้น ตรงนี้ยังไงให้ User ตัดสินใจง่ายขึ้น แต่ก็อาจจะไม่ได้ส่วนของ UX แบบลงลึก ไม่ต้องทำ User research หรือลงลึกด้าน UX ขนาดนั้น

อยากฝากอะไรถึงคนที่กำลังจะเปลี่ยนสายงานจาก Graphic Designers เป็น UI Designer 

ตั้งเป้าหมายให้ชัด ลองดูว่าเรายังขาดอะไรอีกบ้าง เราต้องเติมอะไรบ้างถึงจะไปจุดนั้นได้ เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่ที่จะทำให้เราไปอยู่ในจุดนั้น เรียนรู้ทักษะทำความเข้าใจให้มากๆ ทั้งเรียนรู้ด้วยตัวเองและเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น หนึ่งเชื่อว่าทุกคนสามารถไปถึงเป้าหมายของตัวเองได้ 

หนึ่ง-ศิริรัตน์ กรส่งแก้ว | Skooldio Blog - จาก Graphic Designer สู่ UI Designer ใน 1 ปี

จะผันตัวเป็น UI ควรเริ่มที่ไหนดี?

สุดท้ายนี้ จากที่คุณหนึ่งต้องนั่งงมเอง หาเอง ว่าจะเรียนรู้วิธีทำ UX UI ได้จากที่ไหน เราเลยอยากให้คุณหนึ่งช่วยแนะนำเว็บหรือคอร์สดีๆ ให้เหล่า Graphic Designer ที่อยากผันตัวมาเป็น UX UI ได้ตามรอยกัน

  1. Daily UI Design Challenge – เว็บที่พี่แบงค์แนะนำให้หนึ่งไปตาม แต่ละวัน จะได้โจทย์เกี่ยวกับ UI มาให้ลองเล่น เพื่อให้เราเข้าใจการออกแบบ UI มากขึ้น 
  2. Xd Daily Creative Challenge – อีกหนึ่งเว็บที่มีโจทย์ส่งมาในอีเมลของเราทุกวัน พร้อมกับวิดีโอแนะนำ และบทความให้อ่านมากมาย และเรายังสามารถเข้าร่วม community ของเขาเพื่อพูดคุย ถกปัญหากับเพื่อนๆ ได้อีกด้วย
  3. Intensive UI Workshop – เวิร์กชอป 2 วันเต็มของ Skooldio ที่หนึ่งเลือกมาเรียนด้วยตัวเองและรู้สึกว่าได้ผลจริงๆ คอร์สนี้จะช่วยให้เข้าใจการทำ UI มากขึ้น และได้รับคำแนะนำจากผู้สอนโดยตรงอีกด้วย
คอร์ส Intensive UI : ออกแบบ User Interface ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ | Skooldio Blog - จาก Graphic Designer สู่ UI Designer ใน 1 ปี

หรือถ้าอยากตามงานดีไซน์ต่างๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง ก็ลองตามได้ที่ 10 คลังความรู้และไอเดียการออกแบบ UX UI และติดตามผลงานของเหล่าดีไซเนอร์ของ Skooldio ได้ที่ Dribbble หรือ Instagram