วิธีหา Value ที่มีแค่บริษัทคุณ เมื่อใคร ๆ ก็ใช้ AI เหมือนกัน | Skooldio

Skooldio สรุปเซสชัน Stop Chasing the AI Race. Define Your Next Advantage. โดยคุณเจี๊ยบ ปฐมา จันทรักษ์ – Country Managing Director, Accenture Thailand ในงาน Techsauce Global Summit 2026

เมื่อใคร ๆ ก็ใช้ AI เหมือนกัน

คุณเจี๊ยบลองให้นึกภาพตามดูว่าถ้า AI ไม่สามารถให้ Competitive Advantage กับองค์กรได้อีกต่อไป ทุกคนจะทำยังไง เพราะทุกองค์กรก็สามารถดาวน์โหลด AI มาใช้ทำงานได้เหมือนกันหมด

มองย้อนไปในอดีตตอนที่ Internet เพิ่งมี เมื่อก่อนใครมี Internet ก็นับเป็น Advantage แล้ว แต่ทุกวันนี้ไม่มีใครพูดแบบนี้กับ Internet เลย มันกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมีอยู่แล้ว

Cloud เองก็เช่นกัน ตอน 10 กว่าปีที่แล้ว ทุกคนตั้งเป้าอยากเป็นองค์กร Cloud First แต่ตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว แถมการมี Cloud ก็ไม่ใช่ Competitive Advantage แบบแต่ก่อนด้วยซ้ำ

คุณเจี๊ยบจึงมองว่าในอนาคต AI จะเป็นตัวที่ทำให้งานเสร็จเฉย ๆ แต่ไม่ได้ทำให้เรามี Competitive Advantage กว่าใคร

จาก Data เมื่อ 2 ปีก่อน AI Investment จาก Board หรือ CEO บริษัทต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นถึง 82% แต่พอมาวันนี้ กลับไม่มี Value จาก Investment เหล่านั้นเลย มีเพียง 23% เท่านั้นที่มองเห็นคุณค่าทางธุรกิจที่ยั่งยืนจากการลงทุนนี้จริง ๆ

สุดท้ายถ้าทุกบริษัทลงทุนใน AI เหมือนกันหมด ก็จะไม่มีใครได้เปรียบใครเลย

งั้นถ้า AI ไม่ใช่จุด Competitive Advantage อีกต่อไปแล้ว อะไรกันแน่คือจุดได้เปรียบขององค์กร?

แน่นอนว่า AI ทุกตัวสามารถให้ Intelligence / Insights / New Features และสามารถใช้ Scale ธุรกิจได้

แต่จุดที่ทำให้เราได้เปรียบกว่าคนอื่นจริง ๆ คือการที่เราเอาสิ่งที่เรามีอย่าง ความเชี่ยวชาญ ความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า และศักยภาพของบุคลากรของเรา มารวมกับ Intelligence, Speed, และความสามารถในการ Scale ของ AI ต่างหาก

ถ้าอยากหา The Next Competitive Advantage มันต้องมาจากการผสมของสิ่งที่ธุรกิจเราเท่านั้นที่มี รวมกับจุดแข็งของ AI

คุณเจี๊ยบยกตัวอย่างกรณีศึกษาของประเทศไทยด้วย 3 ด้านที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบ แต่สามารถช่วยส่งเสริมได้ ซึ่งมีดังนี้

1). Industry Depth: ความรู้ ข้อมูล และ Insight ที่สะสมมานานหลายปีในภาคการผลิต การเงิน การบริการ อาหาร และเกษตรกรรม

2). Trusted System: การมี Local Context ที่ไม่เหมือนใคร และได้รับความไว้วางใจที่สร้างขึ้นมาอย่างยาวนาน

3). Human Experience: งานบริการ ความสามารถในการคิดหรือสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ และความเข้าใจทางวัฒนธรรม

เราสามารถนำแนวคิดนี้มา Apply กับ Company ได้ โดยการหาดูว่ามีอะไรบ้างที่ AI Replicate ไม่ได้ และผสมกับจุดที่เป็น Uniqueness ของ Company

หยุดใช้ AI ในการทำให้ Yesterday’s Business Faster

คุณเจี๊ยบยกตัวอย่างธุรกิจหนังสือพิมพ์ เมื่อก่อนต่อให้เราส่ง Best Publishing Tech ไปให้ เขาก็จะยังทำงานเหมือนเดิม วิ่งหาลูกค้ากลุ่มเดิม ขายช่องทางเดิมอยู่ดี เราแค่ทำให้พิมพ์หนังสือพิมพ์ได้ไวขึ้น แต่แบบนี้ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง

วิธีที่คุณเจี๊ยบแนะนำคือให้ Work Backward จาก Value ก่อน ด้วยการ Start with the Value to Create ไม่ใช่ Task to Automate

ส่วนในแง่การชี้วัด เราไม่สามารถ Show Success ของ AI จากจำนวนคนที่พาไปเทรน AI แต่ต้องดูจาก Outcome ที่ได้มาขององค์กร

“The real advantage is the capacity to keep changing.”

ยิ่ง AI ทำอะไร ๆ ได้มากขึ้นเท่าไหร่ Leadership ก็ยิ่งสำคัญ

ในวันที่ AI ช่วยให้เราหาคำตอบได้ง่ายมากขึ้น สิ่งที่เราต้องการ คือหัวหน้าที่สามารถ Make a Better Judgement มากขึ้น

หัวหน้าและคนในทีมต้อง Own and Take Responsibility กับงานของตัวเอง

และที่สำคัญ คุณเจี๊ยบได้ย้ำว่า “Don’t chase every opportunity you see, choose where you have the right to lead.”

สุดท้ายนี้คุณเจี๊ยบได้ฝากแนวทางการพิจารณา 3 ด้านสำคัญในการเลือกลงทุนดังนี้

1). Contexts – เราเข้าใจลูกค้าของเราหรือยัง
2). Capabilities – เราทำอะไรได้บ้าง
3). Permission – ลูกค้าเชื่อเราไหม เราอยู่ได้ไหมในตลาดนี้ และเรามี Community ไหม นี่ใช่ Area ที่เราอยากลงทุนไหม

เราสามารถใช้ AI ช่วยหาจุดที่ทำให้เราไม่ต้องไปแข่งกับคนอื่นได้ และแม้ AI อาจไม่ใช่ตัวที่ทำให้เรามี Competitive Advantage แต่การใช้ AI ผสานเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราต่างหากที่เป็นข้อได้เปรียบ

ก่อนจบ คุณเจี๊ยบได้ฝากไว้ว่า

“AI may not be your advantage today, what you uniquely do with it can be”

Stop Chasing | Start Combining | Define Your Next Advantage

More in:AI

Comments are closed.