Kotlin จะมาแทนที่ Java หรือไม่ ทำไม Google เลือก Kotlin เป็นภาษาหลักในการพัฒนา Android - Skooldio Blog | รูปหน้าปก
Technology

ทำไมภาษา Kotlin ถึงเป็นภาษาหลักในการพัฒนา Android? และ Kotlin จะมาแทนที่ Java หรือไม่?

ทำไมภาษา Kotlin ถึงเป็นภาษาแห่งอนาคตของนักพัฒนา Android อะไรคือเหตุผลที่ Google ประกาศรับรองให้ Kotlin เป็นภาษาหลักในการพัฒนา Android และ Kotlin จะมาแทนที่ Java หรือไม่..

พูดคุยหาคำตอบกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริงกับคุณเอก สมเกียรติ กิจวงศ์วัฒนะ Google Developers Expert ด้าน Android และ Senior Software Engineer (Android) ที่ LINE MAN Wongnai ซึ่งจะมาฉายภาพให้เห็นเทรนด์อนาคตของการเป็นนักพัฒนาสาย Android และเจาะลึกกันว่าทำไมคุณถึงควรสนใจและเรียนรู้ภาษาแห่งอนาคตอย่าง Kotlin

Kotlin จะมาแทนที่ Java หรือไม่ ทำไม Google เลือก Kotlin เป็นภาษาหลักในการพัฒนา Android - Skooldio Blog | รูปหน้าปก

Table of Contents

โอกาสในตลาดของนักพัฒนา Android ในตอนนี้มีเป็นอย่างไรบ้าง อุตสาหกรรมโดยภาพรวมกำลังเติบโตไปในทิศทางใด

ถ้าพูดถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ส่วนใหญ่คนก็จะนึกสิ่งเทคโนโลยีที่ใหม่ หรือเทคโนโลยีล้ำๆ เช่นพวก Big Data หรือ Machine Learning แต่สิ่งสำคัญคือ ‘ตัวกลาง’ ที่จะทำให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับเทคโนโลยีล้ำๆ เหล่านั้น ซึ่งเอาเข้าจริงมันก็ยังเป็นอุปกรณ์เดิมๆ อยู่ เช่นคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ เพราะเราไม่สามารถเข้าไปสัมผัสหรือใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านั้นได้โดยไม่มีตัวกลาง คุณไม่สามารถถือสิ่งที่เรียกว่า Machine Learning แต่คุณถืออุปกรณ์ที่ข้างในมีความสามารถที่เกี่ยวกับ Machine Learning จึงเป็นที่มาที่ทำให้ทุกวันนี้ตลาดของคอมพิวเตอร์และ Smartphone ยังไม่ตายหายไปไหน

พอเรารู้ Concept แบบนี้ นั่นหมายความว่าถ้าเราจะทำระบบใดๆ ก็ตาม สุดท้ายคุณก็ต้องพัฒนา Software ที่ Interact กับ User อยู่ดี ทำให้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเทคโนโลยีใน Software ก็ยังต้องการเว็บไซต์, Mobile Application รวมไปถึงพวก Desktop Application ยังวนเวียนอยู่กับสิ่งเดิมๆ ที่ User ใช้งานกันกว่าสิบกว่าปีแล้ว

มีคนถามผมว่าคิดว่าอีก 5 ปีข้างหน้า Smartphone จะยังอยู่ไหม? มันต้องยังอยู่สิ เพราะมันคือ Entry Point ที่เราจะเข้าไปใช้เทคโนโลยีต่างๆ ถามต่อว่ามันจะมีเทคโนโลยีอื่นๆ มาแทนที่ได้ไหม? ก็คือเทคโนโลยีในปัจจุบันเป็นเบื้องหลังของสิ่งต่างๆ มากกว่า แต่สิ่งที่เรามองเห็นอยู่ตรงหน้าจะยังไม่ค่อยเปลี่ยนเท่าไหร่

Kotlin จะมาแทนที่ Java หรือไม่ ทำไม Google เลือก Kotlin เป็นภาษาหลักในการพัฒนา Android - Skooldio Blog | รูปโคว้ตที่1

คิดว่าความได้เปรียบของคนที่เป็นนักพัฒนาสาย Android คืออะไร

ต้องถามก่อนว่าเทียบกับแพลตฟอร์มไหน หรือเทียบกับ Segment ไหน สมมติเราเทียบ Android กับ iOS สิ่งที่ชัดเจนคือ Android เป็น Open Source อย่างแรกเลยคือเราสามารถเข้าไปดูโค้ดได้ ทีนี้พอเป็นระบบเปิดก็ช่วยให้เราทำอะไรที่หลากหลายได้ อยู่ที่ไอเดียของเราว่าอยากทำอะไรบ้าง บวกกับความสามารถ OS ของ Android อีกทีหนึ่ง ซึ่งจะต่างจาก iOS ที่เป็นระบบปิดและมีข้อกำจัดบางอย่างที่ไม่ได้เปิดให้นักพัฒนาเข้าไปทำได้ แต่ในส่วนฟีเจอร์พื้นฐานก็ไม่ได้ต่างกันมาก

อีกอย่างคือ Android เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้ต้นทุนในการพัฒนาแอปฯ ต่ำ

คนทั่วไปสามารถซื้ออุปกรณ์ Android ในราคาหลักพัน ไม่ต้องถึงหลักหมื่น และเราสามารถใช้ OS ไหนก็ได้ในการพัฒนาแอปฯ Android ไม่ว่าจะเป็น Windows, Mac หรือ Linux ทำให้เรามีอิสระในการเลือกว่าจะใช้อะไรพัฒนา รวมถึงในส่วนของการปล่อยแอปฯ ใน Google Play ก็มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าและจ่ายครั้งเดียวตลอดชีพ ในขณะที่ App Store ของ Apple จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า และต้องต่ออายุทุกปี จะเห็นได้ว่าโดยรวมต้นทุนของการเป็นนักพัฒนา Android นั้นถูกกว่า

ถ้าเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่นเราเทียบ Mobile Platform กับเว็บไซต์ ต้องบอกว่าทั้งสองแพลตฟอร์มมีความแตกต่างกันอยู่ บางคนอาจบอกว่าเราสามารถกดสั่งของบนเว็บก็ได้ ผ่านทาง Mobile ก็ได้ แล้วมันต่างกันอย่างไร อยากให้ลองนึกภาพว่าในยุคนี้ตอนที่เราทำ KYC (การยืนยันตัวตน) เราต้องทำกันบนมือถือ ไม่ใช่การทำบนเว็บ เพราะความสามารถบนเว็บไม่สามารถออกแบบมาให้ทำ KYC ได้ เช่นการจะเช็คหน้าของเราเทียบกับบัตรประชาชน คือเว็บอาจจะทำได้ แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำแบบนั้นตั้งแต่แรก ในขณะที่ Mobile มีชิฟท์ที่เป็น Machine Learning ในตัว ตัวอย่างเช่นถ้าจะทำ KYC อยากเช็คว่าคนกำลังลืมตาตอนมองกล้องไหม ก็สามารถทำกระบวนการลักษณะนี้บน Mobile App ได้เร็วกว่า ด้วยความที่อุปกรณ์รองรับตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ยังมีอีกหลาย Use Case ที่เหมาะที่จะทำบน Mobile App มากกว่า

พูดถึงการพัฒนา Android อะไรคือเหตุผลที่ Google เลือก Kotlin เป็นภาษาหลักในการพัฒนา Android

จริงๆ เรื่องนี้มี Story ที่อยู่เบื้องหลัง ก่อนหน้านี้ Kotlin ถูกพัฒนามาหลายปีแล้วก่อนที่จะมาเป็นเวอร์ชัน 1.0 ที่ Google ประกาศรองรับอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้มีนักพัฒนาหลายคนใช้ Kotlin ในการพัฒนาแอปฯ Android และชอบกัน ส่วนใหญ่รู้สึกแฮปปี้ในการใช้ รู้สึกว่าไม่อยากกลับไปเขียน Java เหมือนเดิม ไม่ใช่แค่นักพัฒนาทั่วโลกเท่านั้นแต่รวมถึงคนใน Google เองด้วยที่รู้สึกแบบนี้

มีการถามกันต่อว่าแล้ว Java ไม่ดียังไง? คือต้องเข้าใจว่าเวอร์ชันของ Java ที่อยู่บน Android นั้นอัพเดตไม่ได้ แต่จะฝังมาในแต่ละเวอร์ชัน ตอนที่ Kotlin ออกมาใหม่ๆ เราเพิ่งจะเขียน Java 8 กันบน Android เวอร์ชันใหม่ล่าสุด นั่นหมายความว่าถ้า Android เวอร์ชันเก่ากว่านั้นเราต้องเขียน Java 7 ซึ่งโค้ดมีความแตกต่างจาก Java 8 ทำให้เราไม่สามารถใช้ความสามารถของ Java เวอร์ชันใหม่ได้ทั้งหมด

ในขณะที่ Kotlin จะสามารถอัพเดตได้เสมอ คือไม่ว่าคุณจะใช้ Android เวอร์ชันเก่าเท่าไหร่คุณก็สามารถใช้ Kotlin เวอร์ชันล่าสุดได้เสมอ

ปัญหาของ Java คือทุกวันนี้มีมากกว่า 11 เวอร์ชันไปแล้ว แต่บน Android เวอร์ชันล่าสุดเพิ่งจะเป็น Java 9 ซึ่งขยับช้ามาก ทำให้โค้ดหรือความสามารถใหม่ๆ ของ Java ใช้ไม่ได้เลย มันเลยกลายเป็นว่านักพัฒนาต้องเขียนด้วยวิธีเก่าๆ คำสั่งเก่าๆ Syntax เก่าๆ เมื่อเทียบกับ Kotlin ที่พยายามโชว์ว่าเขาใช้ Syntax ที่โมเดิร์น เขียนง่าย อ่านง่าย ถ้าคุณหัดเขียนคุณก็อ่านได้ง่ายกว่า Java แล้วคนที่เขียน Java อยู่แล้วก็จะบอกว่ามัน Make Sense ตอนที่เราเขียน Java เราก็ชินแต่พอมาอ่านอันนี้มันง่ายกว่าก็จะปรับตัวได้ง่ายอันนี้ก็คือข้อดีอย่างหนึ่งของ Kotlin ที่ไม่แปลกใจว่าทำไม Google ถึงเลือกใช้

อีกอย่างที่ดีมากก็คือ Kotlin สามารถเอามาใช้กับภาษา Java ได้เลย เวลาพูดถึงภาษาใหม่ๆ ในแพลตฟอร์มที่มีอยู่ ก็จะดูว่าภาษานั้นเวิร์กกับตัว Framework หรือ Firmware กับ Android ทั้ง 100% ไหม ซึ่ง Kotlin แก้ปัญหานี้ได้ คือคุณสามารถใช้ภาษา Kotlin ควบคู่กับภาษา Java ได้แบบ 100% นั่นหมายความว่าโค้ด Java ไปเรียกโค้ด Kotlin ได้ และโค้ด Kotlin ก็ไปเรียกโค้ด Java ได้ นั่นคือที่มา เพราะปกติหากใช้ได้ไม่ถึง 100% คนก็ไม่กล้าใช้ กลัวว่าเจอปัญหาแล้วก็จะกลับไปเขียน Java เหมือนเดิม

Kotlin จะมาแทนที่ Java หรือไม่ ทำไม Google เลือก Kotlin เป็นภาษาหลักในการพัฒนา Android - Skooldio Blog | Kotlin เอามาใช้กับ Java ได้ 100%

ทีนี้พอมันแปลงหรือทำงานร่วมกันได้ 100% มันทำให้คนรู้สึกว่าอยากไปใช้ เขาจะบอกว่าคุณไม่ต้องแปลง Project ทั้งหมดให้เป็น Kotlin ถ้าของเก่าเป็น Java ก็เก็บไว้ เวลาคุณเขียนฟีเจอร์ใหม่ใน App ของคุณลองเขียน Kotlin ดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าของเก่าคุณก็ยังทำงานได้ โค้ดใหม่ที่คุณทำก็ยังใช้งานได้และทำงานร่วมกันได้ด้วย อะไรประมาณนี้มันทำให้คนรู้สึกจูงใจให้ไปใช้ Kotlin กันมากขึ้นเรื่อยๆ และโค้ดที่เป็น Java ก็จะน้อยลงไปเรื่อยๆ แล้วพอเป็นอย่างนั้นก็จะค้นพบว่าเราใช้เวลาเขียนโค้ดเร็วขึ้น Logic บางอย่างที่ต้องเขียนเยอะมันเขียนแค่แป๊บเดียวก็เสร็จ จำนวนไฟล์ก็ลดลง จำนวนโค้ดก็ลดลง มันมีแต่เรื่อง Happy คนก็จะเริ่มแบบเขียน Java น้อยลงเรื่อยๆ

แล้วพอทาง Google ประกาศรับรอง Kotlin มันมีความหมายมากกว่าแค่ว่าเอา Kotlin มาเขียน Android ได้นะ แต่มันมีความหมายมากกว่านั้นก็คือเวลาที่เขาทำ Content ใหม่ๆ หรือชุดพัฒนาใหม่ๆ ให้กับ Android เวอร์ชั่นใหม่ๆ เวลาเขาทำพวกเอกสารที่ให้ไปอ่านตามเว็บไซต์มันจะมีภาษา Kotlin อยู่แน่นอน และอาจจะทำภาษา Java ตามมาทีหลัง แล้วก็รวมไปถึงพวก Library เขาจะทำให้ Support กับ Kotlin ร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อน ถามว่า Java ใช้ได้ไหม อาจจะใช้ได้ แต่แต่ว่าเขาจะโฟกัสกับ Kotlin ก่อน อันนี้เป็นที่มาว่าการประกาศ Official มันมันมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

อันสุดท้ายก็คือจริงๆ แล้วเนี่ยเวลาเราเขียนโค้ดเพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นบน Android เราเขียนบนโปรแกรมที่ชื่อว่า Android Studio ซึ่งจริงๆแล้ว Google ไม่ได้พัฒนา Android Studio ขึ้นมาเองทั้งหมด เขาไปเอาโปรแกรมตัวนึงที่ชื่อว่า IntelliJ IDEA เอามาเขียน Plugin เพิ่มให้ใช้สำหรับพัฒนา Android ซึ่ง IntelliJ IDEA เป็นของบริษัทที่ชื่อว่า JetBrains ที่เป็นผู้พัฒนา Kotlin นั่นหมายถึงเขามีความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอยู่แล้ว ก็เลยไม่แปลกใจที่เขาจะประกาศเป็น Official Support เลย

ถ้าแบบนี้หมายความว่าเราจะพูดว่าอนาคต Kotlin จะมาแทนที่ Java เลยได้ไหม หรือความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ภาษานี้ในอนาคตจะเป็นอย่างไร

ต้องบอกว่า Java จะกลายเป็นภาษาที่อยู่ในระดับ Low Level มากขึ้น คือตัว OS ของ Android จะยังถูกพัฒนาด้วย Java หรืออาจจะมี Kotlin บ้างอันนี้ไม่ใช่ประเด็น แต่มันจะเริ่มอยู่ในระดับที่ต่ำลงไปเรื่อยๆ เมื่อก่อนเราเขียน Java ในระดับ Application มันจะไปอยู่แค่ในระดับ Firmware ซึ่งคนที่จะทำงานในระดับ Firmware ของ Android ก็คือคนเฉพาะกลุ่ม ในขณะที่คนส่วนใหญ่ก็จะใช้เป็น Kotlin ก็จะเปลี่ยนไป ถามว่าในฐานะนักพัฒนาแอปฯ Android ภาษา Java จะหมดไปไหม ใช่ครับ ในอนาคตก็จะเห็นว่าโค้ดใหม่ๆ ที่เราเขียนเข้าไปเนี่ยมันจะกลายเป็นภาษา Kotlin

Kotlin จะมาแทนที่ Java หรือไม่ ทำไม Google เลือก Kotlin เป็นภาษาหลักในการพัฒนา Android - Skooldio Blog | อนาคต Java จะหายไปจากการพัฒนาแอป Android

สำหรับคนที่อยากจะเริ่มเรียน Kotlin จะเริ่มต้นยังไงได้บ้าง

ทาง Google เอง การที่ประกาศเป็น Official Partner กับ Kotlin เขาสร้าง Kotlin Foudation ขึ้นมา เป็นองค์กรกลางที่ไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อพัฒนา Kotlin เขาจะช่วยสนับสนุนในการทำพวกคอร์สพื้นฐานในการเรียนรู้ภาษา Kotlin ให้กับเรา แล้วจริง Kotlin เขาก็มีเว็บที่มีเอกสารให้เราไปศึกษาได้ว่า Kotlin สามารถทำอะไรได้บ้าง อันนี้แนะนำสำหรับจุดเริ่มต้น

คอร์ส Getting Started with Kotlin ของ Skooldio ก็คือคอร์สที่ทาง Google ทำมา ซึ่งเราเอามาแปลงเป็นภาษาไทยเพื่อให้คนไทยเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น โดยตัวเนื้อหายังคงเป็นของทาง Google

Kotlin จะมาแทนที่ Java หรือไม่ ทำไม Google เลือก Kotlin เป็นภาษาหลักในการพัฒนา Android - Skooldio Blog | คอร์ส Getting Started with Kotlin

คนที่มาเรียนคอร์สนี้ รวมถึงผ่านการทำแบบฝึกหัดต่างๆ จะได้รับอะไรกลับไปบ้าง

ทาง Google เขาตั้งใจว่าจะให้เราได้เรียนรู้ความสามารถพื้นฐานของภาษา Kotlin ที่สำคัญ นั่นหมายความว่าถ้าเราเรียนคอร์ส Kotlin แล้วลองทำ Codelabs ที่เขามีให้ เราจะเข้าใจการใช้ภาษา Kotlin

และก็จะตามมาด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวกับ Android โดยเอา Syntax ภาษา Kotlin มาใช้ในการพัฒนาแอปฯ Android เราก็จะได้ทั้งวิธีการที่เอา Kotlin ไปเขียนแอปฯ Android จริงๆ เพราะบางคนอาจจะเรียนฟีเจอร์ หรือ Syntax แล้วก็งงว่าจะไปใช้จริงยังไง เรียนคอร์สนี้เราจะรู้ว่าตัว Android เนี่ยเราเอา Kotlin มาใช้ได้แบบไหน สำหรับคนที่เคยเขียน Java มาก่อนก็จะเห็นว่าเมื่อมาเขียน Kotlin แล้ว โค้ดจะอ่านง่ายขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น

รวมไปถึงเรื่องต่างๆ ที่ทาง Google พยายามแนะนำ เช่นรูปแบบการเขียนโค้ดที่เรียกว่า Modern Android Development คือต้องบอกว่า Android เกิดมานานแล้ว ถ้าเราไปเขียนโค้ดสมัยสิบกว่าปีก่อนมันก็อาจจะ Outdate หรืออาจจะมีปัญหาในอนาคตกับ Android เวอร์ชั่นใหม่ๆ เขาก็พยายามแนะนำของใหม่ที่ดีกว่าให้ เป็นวิธีที่ทางทีม Android ของ Google แนะนำ ซึ่งจะมีอธิบายในคอร์สนี้

นอกจากการใช้ Kotlin บน Android สามารถเอาไปใช้อย่างอื่นได้อีกไหมที่เป็นที่นิยม

พวก Desktop App ซึ่งก็คือ Application ที่อยู่บนพวก Windows, Mac ซึ่งถ้าเราเขียนด้วยภาษา Java เราสามารถใช้ Kotlin ได้เลย เพราะบางโปรแกรมจริงๆ เขียนด้วยภาษา Java

แล้วก็อย่าง Server ที่เขียนด้วยภาษา Java คือเวลาเราเขียน Server ก็จะมี Framework หลายตัว เลือกได้หลายภาษา ก็จะมีพวก Framework ที่เป็นภาษา Java ซึ่งเป็นที่นิยม เราก็สามารถใช้ภาษา Kotlin ได้เลย อย่างที่บอกว่ามันสามารถทำงานร่วมกับ Java ได้เลย ทำให้หลายๆ บริษัทครับที่เขาใช้ภาษา Java เริ่มเปลี่ยนมาใช้ภาษา Kotlin เพื่อเขียน Server

ในมุมของน้องๆ มหาลัยที่เพิ่งเริ่มเรียนเขียนโปรแกรม อยากแนะนำ Kotlin ในมุมไหนให้เป็นพิเศษไหม

คือต้องบอกว่าน้องๆ ที่ยังเรียนอยู่ ปกติถ้าเรายังไม่คุ้นเคยกับการเขียนพวกภาษาโปรแกรมมิ่ง เรามักเลือกภาษาที่มันอ่านแล้วเข้าใจง่ายก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะบอกว่า Python ไง อ่านง่ายเขียนง่ายแล้วก็เอาไปใช้งานได้ง่ายนะ อะไรแบบนี้ แต่โดยส่วนตัวผม ถ้าต้องเลือกภาษาก็จะขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาไปใช้ที่ไหนด้วย อย่างเช่นเราเลือก Python แต่เราต้องการเขียนเว็บมันก็จะไม่ค่อยแมทช์กันเท่าไหร่เพราะว่ามันไม่ได้เป็นที่นิยมกันมากนัก

ดังนั้นถ้าเป็น Kotlin ผมก็อยากแนะนำสำหรับน้องที่อยากจะทำภาษาที่เขียนบน Mobile Application บน Android ผมมองว่าถ้าเรามีเป้าหมายที่จะเขียนออกมาเป็น Application บนมือถือ Android ผมแนะนำให้ลองเรียน Kotlin ดู เพราะว่าภาษาหลายๆ ตัวมันเป็นภาษายุคใหม่ พวก Syntax ความสามารถต่างๆ มันจะใกล้เคียงกัน มันจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยเวลาใช้งานจริง แต่ไม่ว่าตัวไหนที่เป็นพวก Modern Language มันก็ทำให้รู้สึกเข้าใจได้ไม่ยาก เรียนเองได้

แต่ว่าเวลาเราเรียนภาษาโปรแกรมมิ่งใดๆ ก็ตาม อยากให้เลือกว่าจะเขียนออกมาเป็นอะไรด้วย

เช่นอยากจะเขียนเว็บ หรือเขียนแอปฯ ที่เราต้องการเห็น หรือยังไม่มีคนทำ หรือมีคนทำแล้วไม่ถูกใจเรา ผมคิดว่าอะไรแบบนี้จะเป็นแรงจูงใจให้เราเรียนภาษาต่างๆ ได้ดีขึ้น เพราะเรารู้ว่าเราเรียนเพื่อเอาไปใช้งานจริง เราจะเข้าใจมากขึ้นและรู้ว่าต้องไปศึกษาอะไรต่อ ต่อยอดได้ง่ายขึ้น

ถ้าสรุปเปรียบเทียบแบบชัดๆ ระหว่างภาษา Kotlin กับ Java ในมุมมองของคุณเอกจะเปรียบเทียบกันอย่างไร

ผมขอตอบในฐานะของนักพัฒนา Android ซึ่งอาจจะเป็นคนละมุมมองกับแบบอื่น อย่างแรกคือตอนที่ผมเขียนภาษา Kotlin คือมันเขียนสั้น โค้ดมันจะสั้นกว่า กระชับ จากเดิมที่เราจะต้องเขียนโค้ด 5 บรรทัดมันเหลือแค่ 2 บรรทัดหรือ 1 บรรทัด ทีนี้มันส่งผลต่อการทำงานของเรา การที่เราจะพิมพ์โค้ด 5 บรรทัด กับโค้ด 2 บรรทัดความเร็วมันต่างกันอยู่แล้ว และในความเป็นจริงอ่ะเราเขียนโค้ดกันหลักหมื่นหลักแสนบรรทัด

Kotlin จะมาแทนที่ Java หรือไม่ ทำไม Google เลือก Kotlin เป็นภาษาหลักในการพัฒนา Android - Skooldio Blog | โค้ดของ Kotlin จะสั้นและกระชับกว่า

ประเด็นต่อมาก็คือโค้ดมันอ่านง่าย คือถ้าเราเทียบภาษา Java กับ Kotlin คู่กัน ภาษา Kotlin เวลาอ่านมันจะอ่านได้ง่าย เขาเรียกว่า Human Readable ก็คือเราอ่านตรงตัวเลยคำนี้เอามาเรียงกันมันคือคำสั่งนี้นะ มันทำให้ไม่ต้องมานั่งคิดซับซ้อน เวลาที่อ่านโค้ดก็จะทำงานกันได้ง่ายขึ้น พออ่านโค้ดง่ายขึ้นเนี่ยมันก็ส่งผลต่อการทำงาน เพราะในความเป็นจริงเราไม่ได้เขียนโค้ดคนเดียว แต่ต่อให้เราต้องเขียนคนเดียว โค้ดที่เราเคยเขียนเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว เราก็ลืม มันจะมีโมเมนต์ที่เรากลับมาอ่านโค้ดนั้นอีกครั้ง คือถ้าโค้ดที่อ่านยากเราจะต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจประมาณหนึ่ง ซึ่งมันค่อนข้างเสียเวลาเสียเวลา

แล้ว Kotlin มีฟีเจอร์ที่ค่อนข้างสะดวกในบางตัว ซึ่งใน Java เวอร์ชันใหม่ๆ ก็มี แต่อย่างที่บอกว่า Java บน Android ไม่ได้ใหม่ ถ้าใช้ Kotlin ก็จะสามารถใช้ความสามารถใหม่ๆ ในปัจจุบันได้เต็มที่กว่า ก็ช่วยเราแก้ปัญหาบางอย่างง่ายขึ้น บางอย่างที่เราเคยต้องคิดแล้วก็ไม่ต้องคิดเลยเพราะมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ช่วยแก้ปัญหานี้แล้ว เราก็มีเวลาไปแก้ปัญหาที่มันเกี่ยวกับ Business ของ Product ได้มากขึ้น

สุดท้ายคือเรื่องของความปลอดภัยในการเขียนโค้ด คือต้องบอกว่าตัว Syntax ของภาษา Kotlin เขาออกแบบมาให้เราเขียนได้อย่างปลอดภัย มีตัวคอยช่วยตรวจ Syntax ของเรา ด้วยความที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการเขียนผิด มันจะเตือนเราเสมอ คือต่อให้เราพัฒนาแอปฯ มานานมาก เราก็ยังมักเจอ Error คลาสสิคที่เรามักจะลืมและมองข้ามไปก็ยังมีเสมอ มันก็จะช่วยเราลดการผิดพลาดได้มากขึ้น

Kotlin จะมาแทนที่ Java หรือไม่ ทำไม Google เลือก Kotlin เป็นภาษาหลักในการพัฒนา Android - Skooldio Blog | โค้ดของ Kotlin อ่านได้ง่าย

สำหรับใครที่เคยเขียนโปรแกรมมาและอยากเริ่มเรียนรู้การเขียนโปรแกรมในภาษา Kotlin อย่างถูกวิธี สามารถเข้าเรียนฟรีได้คอร์ส Getting Started with Kotlin สอนโดย คุณเอก สมเกียรติ กิจวงศ์วัฒนะ Google Developers Expert ด้าน Android และ Senior Software Engineer (Android) ที่ LINE MAN Wongnai นอกจากนี้ในระหว่างบทเรียนมี Codelab ให้ผู้เรียนได้ลองทำตามเพื่อฝึกการเขียน Kotlin จริงๆ ด้วย

พิเศษ! สำหรับ 250 คนแรกที่เรียนครบ 100% และทำแบบทดสอบบน SkillScore ผ่านตามเงื่อนไขที่กำหนด ทาง Android Developers มีของที่ระลึกชุดพิเศษส่งตรงถึงบ้านมอบให้เลย

 

 

 

You may also like

Technology

Golang คืออะไร? ดียังไง? ทำไมคนใช้เยอะ? รวมสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ Golang

หลายๆ คนที่สนใจงานด้าน Web Development หรือสนใจด้าน DevOps ก็คงเคยได้ยินเกี่ยวกับภาษา Golang มาบ้างไม่มากก็น้อย อาจจะเคยได้ยินว่าเป็นภาษาที่กำลังมาแรง หรือว่าเป็นภาษาที่มี Performance สูง สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งเป็นภาษาที่พัฒนาโดยบริษัท ...
Technology

แนะนำ 7 ภาษา Programming Language มาแรง น่าเรียนในปี 2021-2022

ทุกวันนี้ Technology ได้มีพัฒนาอย่างก้าวกระโดดอย่างมาก รวมไปถึงภาษา Programming Language น่าสนใจใหม่ ๆ มากมาย กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับ Community ที่กำลังใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งในทักษะการเขียนโปรแกรมนั่น ...

More in:Technology

Business

อยากเป็นสาย Data เก่ง ๆ ต้องฝึก! 6 ทักษะช่วย Data Scientist ทำงานปัง

บทความจาก Harvard Business Review ชวนเราขบคิดถึงปัญหาของ Data Scientist ในองค์กรใหญ่ เมื่อถึงเวลาที่ต้องนำเสนอข้อมูล บ่อยครั้งที่ Data Scientist ต้องกุมขมับ เพราะไม่รู้จะพูดอย่างไรให้ผู้บริหารเข้าใจ บางครั้งเห็นข้อมูลสำคัญมากอยู่ตรงหน้า ...
Technology

Kotlin ภาษาแห่งอนาคตของนักพัฒนา Android

Kotlin เป็นหนึ่งในภาษา Programming ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในวงการ ซึ่งผลสำรวจจาก JetBrains ในเดือนธันวาคม ปี 2019 พบว่ามีนักพัฒนาจำนวน 4 ล้านคนกำลังใช้ Kotlin จากผลสำรวจของ 2020 ...
จาก React Developer สู่การทำ Flutter Developer | Skooldio Blog Technology

จาก React Developer สู่การทำ Flutter Developer

ในช่วง 2 – 3 ปีมานี้นักพัฒนาหรือผู้ที่มีความสนใจในเทคโนโลยีหลายๆ คนคงจะเคยได้ยินหรือได้รู้จักสิ่งที่เรียกว่า Flutter มาบ้างแล้ว ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รู้จักกับ Flutter มาซักพักแล้วแต่ไม่ได้มีโอกาสศึกษาและทำความเข้าใจมันสักที จนเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีโอกาสได้ศึกษาเจ้า Flutter และนำมาใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันๆ ...
6 Apps using Flutter Technology

6 บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เลือกใช้ Flutter พัฒนาแอปฯ

เทคโนโลยีทีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่เริ่มจากแบบ native คือพัฒนาไปทีละแพลตฟอร์ม หรือต้องมีหลายทีมในการพัฒนาแอปพลิเคชันเพียงตัวเดียว ก็ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ framework สำหรับพัฒนาแอปฯ ที่เริ่มก้าวกระโดดมากขึ้น ด้วยการมีสิ่งที่เรียนกว่า Cross-Platform Application Framework มานั่นเอง ...

Comments are closed.