persuasive-design
Design

Persuasive Design ออกแบบ UX ยังไงให้ดึงดูดใจลูกค้า ?

Persuasive Design ออกแบบ UX ยังไงให้ดึงดูดใจลูกค้า ? | Skooldio Blog

Persuasive Design คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อดึงดูดให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นโดยใช้หลักการทางจิตวิทยา

วันนี้มาลองเรียนรู้เรื่องนี้ ผ่านแบบทดสอบง่ายๆกันดีกว่า…
โดยอยากให้คุณลองดูภาพ แล้วใช้เวลาประมาณ 7 วินาที ทายกันว่า

“แบบ A หรือ แบบ B แบบไหนดึงดูดใจคนมากกว่ากัน ?”

มาเริ่มกันเลย….

1) Anchoring

Persuasive Design ออกแบบ UX ยังไงให้ดึงดูดใจลูกค้า ? | Skooldio Blog

แบบที่ดึงดูดกว่าก็คือ “แบบ B” ซึ่งใช้หลักการที่เรียกว่า Anchoring (การทอดสมอ)

หลักการ: มนุษย์มักจะตัดสินใจโดยเปรียบเทียบกับข้อมูลแรกที่พบเห็น
การนำไปใช้: ให้ข้อมูลแรกกับลูกค้าไปก่อน เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเวลาซื้อ
ตัวอย่าง: ใส่ราคาเต็มแล้วขีดฆ่าให้ลูกค้าเห็น ลูกค้าจะตัดสินใจได้ง่ายเพราะรู้สึกว่าถูกกว่า


2) Loss Aversion

Persuasive Design ออกแบบ UX ยังไงให้ดึงดูดใจลูกค้า ? | Skooldio Blog

แบบที่ดึงดูดกว่าก็คือ “แบบ B” ซึ่งใช้หลักการที่เรียกว่า Loss Aversion (ความเกลียดชังการสูญเสีย)

หลักการ: มนุษย์กลัวการสูญเสีย และพยายามป้องกันไม่ให้ตัวเองรู้สึกสูญเสียบางอย่างไป
การนำไปใช้: พยายามใช้คำที่ทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกสูญเสีย ในทางกลับกันพยายามใช้คำที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกสูญเสียโอกาสเพื่อเป็นการเร่งการตัดสินใจ
ตัวอย่าง: เมื่อลูกค้าจองโรงแรมแสดงคำว่า “คุณยังไม่ถูกคิดค่าโรงแรมตอนนี้”
หรือ เมื่อจะลดราคาใช้คำว่า “เสียโอกาสที่จะได้ลด” จะดึงดูดกว่าใช้คำว่า “ได้รับส่วนลด”


3) Commitment

Persuasive Design ออกแบบ UX ยังไงให้ดึงดูดใจลูกค้า ? | Skooldio Blog

แบบที่ดึงดูดกว่าก็คือ “แบบ B” ซึ่งใช้หลักการที่เรียกว่า Commitment (การรักษาพันธะสัญญา)

หลักการ: มนุษย์มักจะทำในสิ่งที่ได้สัญญาไว้ หรือ ทำในสิ่งที่ได้เริ่มทำไปบ้างแล้ว
การนำไปใช้: ให้ลูกค้าทำสิ่งที่ง่ายหรือสิ่งที่เขาอยากทำก่อน แล้วค่อยให้ลูกค้าทำสิ่งที่ยากหรือสิ่งที่เขาไม่ค่อยอยากจะทำ เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่าตัวเองมีพันธะสัญญาไปแล้ว หรือ ได้ลงมือทำบางอย่างไปแล้ว เลยไม่อยากที่จะออกจากระบบและอยากทำให้เสร็จ
ตัวอย่าง: ให้ลูกค้าเขียนรีวิว (ลูกค้าอยากทำ) ก่อนที่จะให้ลูกค้า sign up หรือ log in


4) Reciprocity

Persuasive Design ออกแบบ UX ยังไงให้ดึงดูดใจลูกค้า ? | Skooldio Blog

แบบที่ดึงดูดกว่าก็คือ “แบบ B” ซึ่งใช้หลักการที่เรียกว่า Reciprocity (การตอบแทนกันและกัน)

หลักการ: มนุษย์มักจะตอบแทนอะไรบางอย่างกลับไปเมื่อมีได้รับบางสิ่งมา และมนุษย์ชอบของฟรีมากกว่าปกติ
การนำไปใช้: ให้ของเล็กๆบางอย่างกับลูกค้าไปก่อน หรือทำบางส่วนของสินค้าให้ฟรี
ตัวอย่าง: ให้หนังสือฟรีเมื่อลูกค้าสมัครเรียนผ่านทางออนไลน์, ให้ค่าส่งฟรีเวลาสั่งสินค้า, หรือ ให้ช๊อคโกแลตที่มีราคาเวลานำบิลไปให้ลูกค้าในร้านอาหาร ลูกค้ามีโอกาสให้ค่าทิปมากขึ้น


5) Scarcity

Persuasive Design ออกแบบ UX ยังไงให้ดึงดูดใจลูกค้า ? | Skooldio Blog

แบบที่ดึงดูดกว่าก็คือ “แบบ B” ซึ่งใช้หลักการที่เรียกว่า Scarcity (ความขาดแคลน)

หลักการ: มนุษย์ให้คุณค่ากับของที่หายากหรือมีความขาดแคลน มากกว่าปกติ
การนำไปใช้: สร้างให้เกิดความขาดแคลนในตัวสินค้า 
ตัวอย่าง: ติดป้ายแสดงว่าสินค้าเหลืออยู่ชิ้น, แสดงจำนวนคนที่ดูสินค้านี้อยู่, แสดงว่าของชิ้นนี้มีจำนวนจำกัด, หรือ แสดงว่าเหลือเวลาจำกัดที่จะได้รับส่วนลด


6) Social Influence

Persuasive Design ออกแบบ UX ยังไงให้ดึงดูดใจลูกค้า ? | Skooldio Blog

แบบที่ดึงดูดกว่าก็คือ “แบบ B” ซึ่งใช้หลักการที่เรียกว่า Social Influence (การจูงใจโดยสังคม)

หลักการ: มนุษย์มักเชื่อหรือทำตามกลุ่มคนหมู่มาก
การนำไปใช้: แสดงให้เห็นว่าคนหมู่มากใช้สินค้าชิ้นนี้
ตัวอย่าง: แสดงจำนวนคนที่เคยซื้อสินค้าไปแล้ว, แสดงรีวิวของสินค้า, หรือ แสดง testimonials จากลูกค้าที่เคยใช้สินค้า

มาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดในใจแล้วว่า นี่เราโดนหลอกล่อด้วยจิตวิทยามาโดยตลอดนี่ ถึงว่าสิ้นยังไม่ทันจะสิ้น ก็แทบจะสิ้นใจไม่มีเงินเหลือกันแล้ว 😂 ใครที่คิดว่าแค่นี้หลอกชั้นไม่ได้หรอกนะ ไปอ่านกันต่อได้ที่ 5 เทคนิคจิตวิทยา ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจ “ซื้อ” ง่ายโดยไม่รู้ตัว


 

ใครกำลังออกแบบ UX อยู่ อย่าลืมลองนำ 6 หลักการนี้ไปใช้เพื่อดึงดูดลูกค้ากัน ส่วนใครที่อยากเรียนรู้เทคนิคและหลักการอื่นในการออกแบบ UX เพื่อดึงดูดลูกค้า มาเจอกันได้ที่เวิร์คชอป Psychology & UX ได้เลย

Persuasive Design ออกแบบ UX ยังไงให้ดึงดูดใจลูกค้า ? | Skooldio Blog

You may also like

Design

Figma คืออะไร? ทำไมถึงเป็น Tool มาแรงที่สุดในวงการ Design!

Figma คืออะไร ??? ทำไมจึงเป็นเครื่องมือออกแบบอันดับ 1 ที่ UXUI Designer ทั่วโลกเลือกใช้  Figma คือเครื่องมือออกแบบที่ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในปี 2022 โดยสามารถใช้ออกแบบได้ตั้งแต่เว็บไซต์, ...
UX Writing คืออะไร
Design

ไขข้อข้องใจ! UX Writing คืออะไร ทำไมสำคัญกับ Product พร้อมตัวอย่างน่าสนใจ

UX Writing คืออะไร? ทำไมต้องรู้จักคำนี้ด้วยนะ? คุณอาจจะเคยผ่านการใช้งาน Application มากหน้าหลายตาในแต่ละวัน ซึ่งแอปฯ บางตัวก็ทำให้คุณรู้สึกดีตลอดการใช้งาน เข้าแล้วไม่อยากออก เข้าแล้วอยากเข้ามาใช้บ่อยๆ ทุกวัน แต่กลับกันกับแอปฯ บางตัวที่ทำให้คุณหงุดหงิดใจตลอดการใช้งาน อยากออกแทบตาย ...

More in:Design

Web Design Font Pairing Design

เทคนิคการจับคู่ฟอนต์ไม่ให้เละ ฉบับ Web Designer มือโปร

หนึ่งในปัญหาใหญ่ของคนเริ่มต้นออกแบบเว็บ คือเรื่องของการเลือกใช้ฟอนต์ที่ดูเหมือนง่ายแต่ยาก ยิ่งเป็นเรื่องของการจับคู่ฟอนต์ที่ต่างกันให้มาอยู่ด้วยกันอย่างลงตัวสวยงามยิ่งยากเข้าไปใหญ่ วันนี้เราเลยนำรวมเทคนิคดีๆ ในการจับคู่ฟอนต์ฉบับ Web Designer มือโปรมาเล่าสู่กันฟัง 1.ใช้ฟอนต์ที่ให้ระดับอารมณ์แตกต่างกัน หน้าตาของฟอนต์มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของคนอ่าน การลองจับคู่ฟอนต์ที่ให้อารมณ์แตกต่างกันจะช่วยให้หน้าเว็บดูมีลูกเล่น น่าสนใจ ไม่ราบเรียบจนเกินไป ก่อนที่จะเลือกจับคู่ฟอนต์ ต้องพิจารณาก่อนว่าบุคลิกเว็บที่เรากำลังออกแบบเป็นอย่างไร ...
ui-design-Cover Design

ถอดองค์ประกอบการออกแบบ UI ที่ดี ด้วยหลัก ‘Component-based Design’

สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในการออกแบบ UI ที่นักออกแบบทุกคนควรรู้ นั่นคือเรื่องของ ‘Component-based Design’ คือการมองแยกส่วนประกอบต่างๆ ที่ร่วมกันเป็นหน้าเว็บไซต์หรือแอปฯ ที่เราออกแบบว่ามีส่วนประกอบมาจากอะไรบ้าง หากใครผ่านการเรียนการออกแบบมาก่อน อาจจะคุ้นเคยกับหลักองค์ประกอบการวาดรูปที่เริ่มตั้งแต่จุด จุดต่อกันกลายเป็นเส้น จากเส้นต่อกันเป็นระนาบ และระนาบประกบกันเป็นรูปทรง เช่นเดียวกันกับการออกแบบ ...
psychology ux ui blog cover Design

หลักจิตวิทยากับการช่วยออกแบบ UX UI ให้ชีวิต User ง่ายขึ้น

ใครที่กำลังทำงานหรือศึกษาเรื่อง UX UI น่าจะเคยผ่านตาเรื่องของหลักจิตวิทยาการออกแบบที่นำมาใช้กับ UX UI กันบ้างแล้ว แต่เอาเข้าจริงแล้วในฐานะคนที่เป็นหรืออยากเป็น UX/UI Designer ควรมีความรู้พื้นฐานด้านจิตวิทยามากน้อยแค่ไหน โดยหลักการแล้วหลักจิตวิทยาจะช่วยให้ User ใช้งานเว็บหรือแอปฯ ที่เราออกแบบได้อย่างมีประสบการณ์ที่ดีได้อย่างไร ...
Business

ทำความรู้จัก Design Thinking – สกิลมาแรงที่บริษัทชั้นนำทั่วโลกกำลังมองหา

Design Thinking ไม่ใช่แค่ชื่อวิชาในคลาสเรียนของเด็กออกแบบ แต่เป็นสกิลที่กำลังเป็นที่ต้องการของบริษัทชั้นนำในหลายประเทศทั่วโลก เช่น Apple, Google , Microsoft, Tesla หรือ Startup ไทยอย่าง Bitkub อีกด้วย ...

Comments are closed.