Design

รู้จัก 5 ตำแหน่งที่ UX Designer ต้องทำงานด้วย

ขึ้นชื่อว่าเป็น UX Designer นั้น เลี่ยงไม่ได้กับการทำงานเป็นทีม เว้นเสียแต่ว่าคุณจะเป็นทั้ง Full-stack designer และ developer ที่ลองทำ Digital Product คนเดียวตั้งแต่เริ่มต้นเก็บข้อมูล ออกแบบ ไปจนถึงเขียนโปรแกรม อ่ะ แถมเทสต์เองอีกด้วย

แต่เชื่อเถอะว่า การทำงานเป็นทีมนั้น(จำเป็นและ)สนุกกว่ากันเยอะ ในโพสท์นี้ เราจะแนะนำถึงบทบาทของแต่ละตำแหน่งที่ต้องทำงานกับ UX Designer อยู่บ่อยๆ มาดูว่าพวกเขามีหน้าที่อะไร และต้องทำงานร่วมกันในช่วงไหนของการพัฒนา Product บ้าง ไปดูในโพสท์กันเลย

1. Project Manager
“ผู้วางแผนงานและควบคุมเวลา”

ตำแหน่ง Project Manager หรือเรียกย่อๆว่า PM นั้น เปรียบเสมือนแม่งานของโปรเจค โดยตำแหน่งนี้จะทำหน้าที่วางแผนงาน กำหนดแผนงาน ประสานงาน (หรือตามงานจากแต่ละหน้าที่) เพื่อให้โปรเจกดำเนินไปได้สำเร็จ เสร็จตามเวลาที่วางไว้ ควบคุมให้ดำเนินไปตามเป้าหมาย ภายใต้ข้อกำหนดและขอบเขตที่เหมาะสม

การทำงานร่วมกับ UX Designer

  • Project Manager ช่วยกำหนดความจำเป็น ขอบเขตงาน และระยะเวลาของ UX ในแต่ละ task
  • เป็นผู้ประสานงานระหว่าง Developer และ Designer ซึ่งเป็นสองบทบาทที่อาจจะมีมุมมองบางแง่มุมในการทำงานที่ต่างกันบ้าง ให้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

2. Product Owner
“ผู้วางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และจัดลำดับความสำคัญ”

บางนิยามเปรียบเทียบตำแหน่งนี้เสมือนเป็น Mini-CEO เลยทีเดียว ตำแหน่ง Product Owner หรือเรียกย่อๆว่า PO นั้น เป็นผู้วางแผนกลยุทธ์ ทิศทางของผลิตภัณฑ์ (Product Vision and Strategy) แปลงความต้องการทางธุรกิจ (Business Requirements) ออกมาเป็นฟีเจอร์ในผลิตภัณฑ์ ทั้งจัดลำดับความสำคัญ (Prioritize) ว่าอะไรควรลงมือทำก่อนและทำหลัง

การทำงานร่วมกับ UX Designer

  • กำหนด Product vision ร่วมกันเช่น แนวทางการทำ Market Research, User Research, รวมไปถึง Personas
  • UX Designer มีส่วนในการช่วยกำหนดความต้องการของผู้ใช้ (User Requirements) เพราะเป็นบทบาทที่ได้คลุกคลีทำความเข้าใจผู้ใช้มากที่สุด โดย Product Owner จะวิเคราะห์วางแผนดูความสอดคล้องกับทางธุรกิจ

3. Developer
“ผู้สร้างฝัน(สิ่งที่ออกแบบไว้)ให้เป็นจริง”

Developer หรือ นักพัฒนาซอฟท์แวร์ เป็นบทบาทที่น่าจะคลุกคลีเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ UX Designer มากที่สุด โดยถ้าเทียบ UX Designer เป็นสถาปนิกแล้ว Developers ก็คงเป็นเหมือนผู้รับเหมาที่ต้องคุยปรึกษากันเรื่อยๆว่า สิ่งที่ออกแบบมานั้นสร้างจริงได้หรือไม่ มีข้อจำกัดใดหรือเปล่า ในที่นี้รวมทั้ง Front-end Developer, Back-end Developer หรือถ้าบริษัทไหนมีคนแบบ Full-stack Developer ก็รวมหน้าที่กันไปเลย

การทำงานร่วมกับ UX Designer

  • Developer สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวทางหรือข้อจำกัดทางระบบแก่ UX Designer ตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกที่ทำ Userflow, Wireframe ไปจนถึงตอนทำ Prototype
  • หลายๆองค์กรที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ตามหลักของ Design Sprint โดยการเปิดให้ Developer เข้ามาร่วมออกไอเดีย แชร์มุมมองร่วมกับ UX นั้นเป็นประโยชน์ต่อโปรเจกมากทีเดียว
  • หาก Developer พัฒนางานขึ้นมาแล้ว มี UX มาช่วยรีวิวอยู่เสมอ (Side-by-side working) จะช่วยกันแก้ปัญหาได้รวดเร็วขึ้น ก่อนจะสายเกินไป

4. UI/Visual Designer
“ผู้สร้างสรรค์ความงาม”

หากองค์กรไม่ได้มีบุคคลที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Full-stack Designer อยู่แล้ว UI และ Visual Designer จะเป็นนักออกแบบ อีกประเภทหนึ่งที่จะร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ UX Designer โดยพวกเขาเหล่านี้จะเป็นคนลงรายละเอียดทั้งการออกแบบ Interface และคุมโทน Design Elements ต่างๆ เช่น ไอคอน ภาพประกอบ เป็นต้น

การทำงานร่วมกับ UX Designer

  • ในขณะที่ UX Designer จะคำนึงถึงสิ่งที่ง่ายต่อการใช้งานและเกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ใช้ ส่วน UI Designer จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีหน้าตาสวยงามน่าใช้ ส่งเสริมแบรนด์ และสอดคล้องกับประสบการณ์การใช้งานดังที่ UX ได้ออกแบบไว้
  • UX กับ UI Designer อาจทำงานร่วมกันทำงานตั้งแต่ Research แต่ UI จะเข้ามามีบทบาทมากที่สุดช่วงทำ Hi-fidelity Prototype และก่อนส่งงานละเอียดให้ Developer

5. Quality Assurance
“ผู้ตรวจสอบและรับประกันคุณภาพ”

Quality Assurance หรือเรียกสั้นๆว่า QA คือผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบระบบหรือโปรแกรมที่ Developer เขียนขึ้น โดยดูว่ามี bug หรือข้อผิดพลาดใดหรือไม่ในการใช้งาน และเป็นไปตาม requirement ที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้นหรือไม่ ก่อนจะนำผลิตภัณฑ์ไปให้ลูกค้าเริ่มใช้งานจริง

การทำงานร่วมกับ UX Designer

  • QA ทำหน้าที่คิดประมวล และเก็บตกประสบการณ์การใช้งานต่างๆที่ UX Designer อาจยังไม่ได้ออกแบบเผื่อไว้ เช่น การเกิด Error ประเภทต่างๆ เป็นต้น
  • เป็นเรื่องสำคัญที่ QA จะทำความเข้าใจของวัตถุประสงค์การใช้งานในแต่ละส่วนที่ UX ได้วางไว้ เพราะในหลายๆครั้งที่ระบบทำงานได้ปกติ แต่ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นบิดเบือนกับสิ่งที่ UX ได้ออกแบบไว้

You may also like

อยากเป็น UX/UI Designer ต้องเรียนอะไร
Design

อยากเป็น UX/UI Designer ต้องเรียนอะไร? แนะนำเส้นทางพาคุณย้ายสายสู่นักออกแบบบน Digital Product

ตอนนี้หลายคนคงกำลังสนใจสายงานใหม่มาแรงอย่าง UX/UI Designer ที่กำลังเป็นที่สนใจ และเป็นที่ต้องการในตลาดอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นบริษัทแบบไหนต่างก็ต้องปรับตัวออก Digital Product อย่าง Website หรือ Application ออกมา  แต่เป็นอาชีพที่มีความรู้เฉพาะตัวแบบนี้ ต้องเริ่มเรียน ...
Business

ทำความรู้จัก Voxel Art งานกราฟิก 3D ยอดฮิตที่สร้างได้ตั้งแต่ Item, Character ยันเมือง

หลายๆ คนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับงานภาพสไตล์ Pixel Art หรืองานภาพ Computer Graphic แบบ 8bit ที่ทำให้เรานึกถึงอดีตกันมาบ้างแล้ว (ถ้าใครนึกไม่ออกก็ลองคิดถึงภาพ Arcade Game อย่าง Pac-Man ...

More in:Design

Design

รวม Figma Plugin 2022 ออกแบบไว ใช้งานได้จริง!

ในยุคที่คนทำงานออกแบบ UX/UI เกือบทุกคนหันมาใช้เครื่องมือมาแรงแห่งยุคอย่าง Figma กันอย่างจริงจัง เนื่องจากหน้าโปรแกรมที่เข้าใจง่าย ส่งต่องานกับทีมได้อย่างไม่มีสะดุด ใช้งานแบบฟรีก็ทำได้ แถมมาพร้อมลูกเล่นมากมายที่ช่วยให้งานออกแบบในยุคนี้ทำได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน มี Community ที่เปิดให้ทุกคนมาแชร์ widgets หรือ plugins ...
Design

Figma คืออะไร? ทำไมถึงเป็น Tool มาแรงที่สุดในวงการ Design!

Figma คืออะไร ??? ทำไมจึงเป็นเครื่องมือออกแบบอันดับ 1 ที่ UXUI Designer ทั่วโลกเลือกใช้  Figma คือเครื่องมือออกแบบที่ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในปี 2022 โดยสามารถใช้ออกแบบได้ตั้งแต่เว็บไซต์, ...
UX Writing คืออะไร Design

ไขข้อข้องใจ! UX Writing คืออะไร ทำไมสำคัญกับ Product พร้อมตัวอย่างน่าสนใจ

UX Writing คืออะไร? ทำไมต้องรู้จักคำนี้ด้วยนะ? คุณอาจจะเคยผ่านการใช้งาน Application มากหน้าหลายตาในแต่ละวัน ซึ่งแอปฯ บางตัวก็ทำให้คุณรู้สึกดีตลอดการใช้งาน เข้าแล้วไม่อยากออก เข้าแล้วอยากเข้ามาใช้บ่อยๆ ทุกวัน แต่กลับกันกับแอปฯ บางตัวที่ทำให้คุณหงุดหงิดใจตลอดการใช้งาน อยากออกแทบตาย ...
Web Design Font Pairing Design

เทคนิคการจับคู่ฟอนต์ไม่ให้เละ ฉบับ Web Designer มือโปร

หนึ่งในปัญหาใหญ่ของคนเริ่มต้นออกแบบเว็บ คือเรื่องของการเลือกใช้ฟอนต์ที่ดูเหมือนง่ายแต่ยาก ยิ่งเป็นเรื่องของการจับคู่ฟอนต์ที่ต่างกันให้มาอยู่ด้วยกันอย่างลงตัวสวยงามยิ่งยากเข้าไปใหญ่ วันนี้เราเลยนำรวมเทคนิคดีๆ ในการจับคู่ฟอนต์ฉบับ Web Designer มือโปรมาเล่าสู่กันฟัง 1.ใช้ฟอนต์ที่ให้ระดับอารมณ์แตกต่างกัน หน้าตาของฟอนต์มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของคนอ่าน การลองจับคู่ฟอนต์ที่ให้อารมณ์แตกต่างกันจะช่วยให้หน้าเว็บดูมีลูกเล่น น่าสนใจ ไม่ราบเรียบจนเกินไป ก่อนที่จะเลือกจับคู่ฟอนต์ ต้องพิจารณาก่อนว่าบุคลิกเว็บที่เรากำลังออกแบบเป็นอย่างไร ...

Comments are closed.