ถ้าอยากสร้าง AI Automation หรือ Workflow Automation ให้งานทำเองอัตโนมัติ แต่ไม่รู้ว่าจะเลือก n8n หรือ Microsoft Copilot Studio ดี บทความนี้มีคำตอบ!
จริง ๆ แล้ว Tools ทั้งสองตัวสามารถนำมาสร้าง Automation Workflow ได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมหลายแอปเข้าด้วยกัน ดึงข้อมูล ประมวลผลด้วย AI หรือสั่งให้ระบบทำงานต่อเองแบบอัตโนมัติ แต่สิ่งที่ต่างกันคือแนวทางการใช้งาน
n8n จะเด่นเรื่องความยืดหยุ่น เชื่อมต่อระบบได้หลากหลาย และปรับแต่ง Workflow ได้เยอะ ส่วน Microsoft Copilot Studio จะเด่นเรื่องการทำงานร่วมกับ Ecosystem ของ Microsoft 365 และการสร้าง AI Agent + Workflow สำหรับองค์กร
แล้ว n8n กับ Copilot Studio ต่างกันยังไง? แต่ละตัวราคาเท่าไหร่ และควรเลือกตัวไหนให้เหมาะกับงานของเรา มาดูกัน!

n8n VS Copilot Studio ต่างกันยังไง?
ถ้าให้สรุปความแตกต่างแบบง่าย ๆ
| n8n | Microsoft Copilot Studio | |
|---|---|---|
| เหมาะกับ | Workflow Automation ที่ต้องการความยืดหยุ่น | AI Agent และ Automation ใน Microsoft Ecosystem |
| การเชื่อมต่อ | เชื่อมต่อ Tools, API และระบบได้หลากหลาย | เด่นกับ Microsoft 365 และ Power Platform |
| การ Custom | Custom ได้สูง มี API, HTTP Request, Webhook และ Code | เน้น Low-code และการทำงานร่วมกับ Microsoft Ecosystem |
| AI Agent | สามารถสร้าง AI Agent และ AI Workflow ได้ | AI Agent เป็นความสามารถหลักของ Platform |
| Self-host | มี Community Edition สำหรับ Self-host | ไม่มีรูปแบบ Self-host แบบเดียวกับ n8n |
| Pricing หลัก | คิดตาม Workflow Executions | Microsoft 365 Copilot หรือ Copilot Credits |
| เหมาะกับองค์กรแบบไหน | ใช้ Tools หลาย Platform หรือมีระบบ Custom | ใช้ Microsoft 365 เป็นระบบหลัก |
ถ้าองค์กรของเราใช้ Tools หลาย Platform และต้องการ Workflow ที่ Custom ได้ค่อนข้างอิสระ n8n จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า
แต่ถ้าบริษัทใช้ Microsoft 365 เป็นหลัก และอยากสร้างทั้ง AI Agent และ Automation ที่ทำงานร่วมกับ Outlook, Teams, SharePoint และระบบใน Ecosystem เดียวกัน Copilot Studio ก็จะค่อนข้างได้เปรียบกว่า
ทีนี้มาดูกันทีละตัวว่าแต่ละ Platform คืออะไร และทำอะไรได้บ้าง
n8n คืออะไร?
n8n คือ Workflow Automation Platform ที่ให้เรานำระบบและแอปต่าง ๆ มาเชื่อมต่อกัน แล้วออกแบบให้มันทำงานต่อกันอัตโนมัติเป็น Workflow
นอกจากนี้เรายังสามารถนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Workflow เพื่อช่วยวิเคราะห์ สรุป หรือประมวลผลข้อมูล ก่อนส่งงานต่อไปยัง Step ถัดไปได้ด้วย

หน้าตาของ n8n
n8n ทำงานยังไง?
หน้าตาการใช้งานของ n8n จะเป็นแบบ Visual Editor ที่เราสามารถนำ Node ของแต่ละระบบมาต่อกัน แล้วกำหนดว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น ระบบต้องทำอะไรต่อไป
ตัวอย่างเช่น
ถ้าคู่แข่งเปิดตัวสินค้าใหม่
→ ระบบจะดึงข้อมูลจากเว็บไซต์และแหล่งที่กำหนด
→ ให้ AI วิเคราะห์ Product, ราคา และ Positioning
→ เทียบกับสินค้าของเรา
→ สรุปประเด็นที่ทีม Marketing ควรรู้
→ สร้าง Draft Competitive Brief
→ แจ้งทีมใน Slack หรือ Microsoft Teams
จากงานที่เดิมอาจต้องให้คนเข้าไปค้นข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปเองหลายขั้นตอน เราก็สามารถออกแบบให้ Workflow ทำงานต่อกันอัตโนมัติได้
จุดเด่นของ n8n คืออะไร?
จุดเด่นสำคัญของ n8n คือ ความยืดหยุ่นในการสร้าง Workflow Automation
นอกจากความสามารถในการเชื่อมต่อกับ Tools และบริการต่าง ๆ แล้ว เรายังสามารถเชื่อมต่อ API, ใช้ HTTP Request, Webhook รวมถึงเขียน JavaScript หรือ Python เพิ่มเข้าไปใน Workflow ได้ด้วย
ทำให้สามารถออกแบบ Workflow ที่ค่อนข้าง Custom ได้ตามต้องการ และเหมาะกับงานที่ต้องเชื่อมต่อหลายระบบเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ n8n ยังมีทั้งแบบ n8n Cloud ที่ n8n ดูแลระบบให้ และ Self-hosted n8n ที่องค์กรสามารถนำไปติดตั้งบน Infrastructure หรือ Cloud ของตัวเองได้ ทำให้องค์กรมีทางเลือกในการควบคุม Environment และการจัดการข้อมูลของระบบมากขึ้น
Microsoft Copilot Studio คืออะไร?
Microsoft Copilot Studio คือ Platform จาก Microsoft สำหรับสร้างและจัดการ AI Agents, Agent Flows และ Workflows เพื่อนำมาใช้กับกระบวนการทำงานขององค์กร
จุดเด่นสำคัญคือความสามารถในการทำงานร่วมกับ Ecosystem ของ Microsoft ไม่ว่าจะเป็น Outlook, Teams, SharePoint, Excel รวมถึงบริการต่าง ๆ ใน Power Platform

หน้าตาของ Copilot Studio
Copilot Studio ทำอะไรได้บ้าง?
ถ้าบริษัทของเราใช้ Microsoft 365 เป็นระบบหลักอยู่แล้ว เราสามารถสร้าง AI Agent และ Workflow ที่เชื่อมกับเครื่องมือเหล่านี้ได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา
ตัวอย่างเช่น
มีอีเมลลูกค้าเข้ามาใน Outlook
→ ให้ AI อ่านและแยกประเภท
→ สร้างหรืออัปเดตข้อมูลลงระบบ
→ แจ้งทีมที่เกี่ยวข้องใน Teams
หรือจะสร้าง AI Agent สำหรับพนักงานในองค์กร ก็สามารถทำได้ เช่น เมื่อพนักงานถามว่าเหลือวันลากี่วัน Agent ก็สามารถไปค้นข้อมูลจากระบบหลังบ้านที่เชื่อมต่อไว้ แล้วนำข้อมูลกลับมาตอบพนักงานได้
จุดเด่นของ Microsoft Copilot Studio คืออะไร?
จุดเด่นของ Copilot Studio คือการรวม AI Agent + Workflow + Microsoft Ecosystem เข้าไว้ด้วยกัน
จึงเหมาะกับองค์กรที่ใช้งาน Microsoft 365, Teams, SharePoint หรือ Power Platform อยู่แล้ว และต้องการสร้าง AI Agent หรือ Automation ที่เชื่อมต่อกับระบบเหล่านี้
เปรียบเทียบ n8n VS Copilot Studio แบบเจาะลึก
แม้ n8n และ Copilot Studio จะสามารถนำมาทำ AI Automation ได้เหมือนกัน แต่เมื่อมองลึกลงไป ทั้งสองตัวจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน
การทำ Workflow Automation
ถ้าโจทย์หลักของเราคือการนำ Tools และระบบหลายตัวมาต่อกัน แล้วออกแบบให้ทำงานเป็น Workflow แบบอัตโนมัติ n8n จะค่อนข้างเด่นในด้านนี้ เพราะเราสามารถออกแบบ Flow ตั้งแต่รับข้อมูล ประมวลผล เรียกใช้ AI ไปจนถึงส่งข้อมูลต่อไปยังระบบอื่นได้ภายใน Workflow เดียว
ส่วน Copilot Studio ก็สามารถสร้าง Workflow และ Agent Flows ได้เช่นกัน แต่จะโดดเด่นเป็นพิเศษเมื่อ Workflow นั้นทำงานอยู่ภายใน Microsoft Ecosystem
การสร้าง AI Agent
ทั้งสอง Platform สามารถนำมาสร้าง AI Agent ได้ แต่แนวทางการใช้งานจะแตกต่างกัน
Copilot Studio ถูกออกแบบมาโดยมี AI Agent เป็นหนึ่งในความสามารถหลักของ Platform จึงเหมาะกับโจทย์ที่ต้องการให้พนักงานหรือผู้ใช้งานสามารถถามข้อมูล พูดคุย หรือสั่งให้ Agent ทำงานบางอย่างให้
ส่วน n8n จะมีความยืดหยุ่นในการออกแบบ AI Agent ให้ทำงานร่วมกับ Workflow และระบบต่าง ๆ ตาม Logic ที่เรากำหนด
การเชื่อมต่อกับ Tools และระบบอื่น
n8n เหมาะกับทีมที่มี Technology Stack หลากหลาย เพราะสามารถเชื่อมต่อระบบผ่าน Integration, API, HTTP Request หรือ Webhook ได้ค่อนข้างยืดหยุ่น เช่น
- Google Workspace
- Slack
- Notion
- CRM
- Database
- API
- หรือระบบ Custom ภายในบริษัท
ส่วน Copilot Studio จะโดดเด่นเมื่อองค์กรใช้งาน Microsoft Ecosystem อยู่แล้วเป็นหลัก เช่น
- Microsoft Teams
- Outlook
- SharePoint
- Excel
- Power Platform
- Microsoft 365
การ Custom Workflow และเขียน Code
อีกหนึ่งจุดเด่นของ n8n คือเราสามารถเพิ่ม JavaScript หรือ Python เข้าไปใน Workflow เพื่อสร้าง Logic ที่ซับซ้อนขึ้นได้ รวมถึงสามารถเรียก API หรือจัดการข้อมูลใน Workflow ได้ค่อนข้างอิสระ
ส่วน Copilot Studio จะเน้นแนวทาง Low-code มากกว่า และสามารถทำงานร่วมกับ Connectors และบริการต่าง ๆ ใน Power Platform ได้
การ Self-host และควบคุมระบบ
n8n มี Community Edition สำหรับองค์กรหรือผู้ใช้งานที่ต้องการ Self-host ระบบด้วยตัวเอง จึงเหมาะกับองค์กรที่ต้องการควบคุม Infrastructure, Environment และรูปแบบการจัดการข้อมูลของระบบมากขึ้น
ขณะที่ Copilot Studio เป็นบริการใน Ecosystem ของ Microsoft และไม่มีรูปแบบ Self-host แบบเดียวกับ n8n
n8n ราคาเท่าไหร่?
ปัจจุบัน n8n Cloud จะคิดราคาหลัก ๆ ตามจำนวน Workflow Executions หรือจำนวนครั้งที่ Workflow ทำงาน โดยไม่ได้คิดตามจำนวน Step ภายใน Workflow
เช่น Workflow ของเรามี 20 Steps แต่เมื่อมันทำงานตั้งแต่ต้นจนจบ 1 รอบ ก็ยังนับเป็น 1 Execution
เรทราคา ณ เดือนกันยายน 2026
n8n Starter
ราคา €20/เดือน เมื่อจ่ายรายปี
รองรับ 2,500 Workflow Executions/เดือน
n8n Pro
ราคาเริ่มต้น €50/เดือน เมื่อจ่ายรายปี
รองรับตั้งแต่ 10,000 Workflow Executions/เดือน
นอกจากนี้ยังมี Business และ Enterprise สำหรับการใช้งานในองค์กร รวมถึง Community Edition สำหรับผู้ที่ต้องการ Self-host เองด้วย
เพราะฉะนั้น n8n จึงเหมาะกับคนหรือทีมที่ต้องการ Workflow Automation ที่มีความยืดหยุ่นสูง เชื่อมต่อหลาย Platform หรืออยาก Custom Workflow ได้ค่อนข้างอิสระ
Microsoft Copilot Studio ราคาเท่าไหร่?
รูปแบบราคาของ Copilot Studio จะแตกต่างจาก n8n พอสมควร เพราะมีหลายรูปแบบการคิดค่าใช้จ่าย
เรทราคา ณ เดือนกันยายน 2026
Microsoft 365 Copilot
สำหรับองค์กรที่มี Microsoft 365 Copilot ราคา USD$30/User/เดือน เมื่อจ่ายรายปี จะมีสิทธิ์สร้างและใช้งาน Agent ภายใน Microsoft 365 ตามเงื่อนไขของแผนอยู่แล้ว
Standalone Copilot Studio
ถ้าต้องการใช้ Copilot Studio แบบ Standalone เช่น สร้าง Autonomous Agent หรือ Publish Agent ออกไปยังเว็บไซต์ แอป หรือช่องทางภายนอก Microsoft ก็มีทั้งแบบ Pay-as-you-go และแบบซื้อ Capacity ล่วงหน้า
ปัจจุบัน Capacity Pack อยู่ที่
USD$200/เดือน สำหรับ 25,000 Copilot Credits
ขณะที่ Pay-as-you-go อยู่ที่
USD$0.01/Copilot Credit
จำนวน Credit ที่ใช้จะแตกต่างกันตามประเภทและความซับซ้อนของงานที่ Agent ทำ เพราะฉะนั้นก่อนนำไปใช้จริงในองค์กร ควรประเมิน Use Case และจำนวน Copilot Credits ที่คาดว่าจะใช้ด้วย
n8n หรือ Copilot Studio เลือกอะไรดี?
คำตอบขึ้นอยู่กับระบบที่องค์กรใช้อยู่และรูปแบบของ Automation ที่ต้องการสร้าง
เลือก n8n ถ้า
- ทีมของเราใช้ Tools หลาย Platform เช่น Google Workspace, Slack, Notion, CRM หรือระบบ Custom ของบริษัท
- ต้องการเชื่อมต่อ API หรือระบบหลายประเภทเข้าด้วยกัน
- ต้องการ Workflow ที่สามารถ Custom Logic ได้ค่อนข้างอิสระ
- อยากมีทางเลือกในการ Self-host ระบบด้วยตัวเอง
เลือก Microsoft Copilot Studio ถ้า
- องค์กรใช้ Microsoft 365 เป็นระบบหลักอยู่แล้ว
- ต้องการสร้างทั้ง AI Agent และ Automation ให้ทำงานร่วมกับ Outlook, Teams, SharePoint และระบบใน Microsoft Ecosystem
- ต้องการสร้าง Agent สำหรับให้พนักงานพูดคุย ถามข้อมูล หรือเรียกใช้งานระบบต่าง ๆ ภายในองค์กร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ n8n และ Copilot Studio
n8n ใช้ฟรีได้ไหม?
ได้ โดย n8n มี Community Edition สำหรับผู้ที่ต้องการ Self-host ระบบด้วยตัวเอง ส่วน n8n Cloud จะเป็นบริการแบบเสียค่าใช้จ่ายตาม Plan และจำนวน Workflow Executions
n8n ใช้ทำอะไรได้บ้าง?
n8n สามารถใช้สร้าง Workflow Automation เพื่อเชื่อมต่อ Apps, API และระบบต่าง ๆ ให้ทำงานต่อกันอัตโนมัติ รวมถึงนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ สรุป ประมวลผล หรือสร้างข้อมูลภายใน Workflow ได้
n8n สร้าง AI Agent ได้ไหม?
ได้ n8n สามารถใช้สร้าง AI Agent และ Workflow ที่ให้ AI ทำงานร่วมกับ Tools, APIs และข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ตาม Flow ที่เรากำหนดได้
Copilot Studio ใช้ทำอะไร?
Copilot Studio ใช้สำหรับสร้างและจัดการ AI Agents, Agent Flows และ Workflows สำหรับนำมาใช้กับกระบวนการทำงานขององค์กร โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับ Microsoft 365 และ Power Platform
Copilot Studio ทำ Workflow Automation ได้ไหม?
ได้ นอกจากการสร้าง AI Agent แล้ว Copilot Studio ยังสามารถสร้าง Agent Flows และ Workflows เพื่อ Automate กระบวนการทำงานต่าง ๆ ได้ด้วย
n8n กับ Copilot Studio ตัวไหนเหมาะกับมือใหม่?
ขึ้นอยู่กับ Technology Stack ที่เราใช้อยู่ หากองค์กรใช้ Microsoft 365 เป็นหลัก Copilot Studio จะสามารถเชื่อมต่อกับ Ecosystem ที่มีอยู่ได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา
แต่ถ้าต้องการเรียนรู้การสร้าง Workflow Automation ที่เชื่อมต่อ Tools หลากหลาย Platform และสามารถ Custom ได้มาก n8n ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ
Copilot Studio ต่างจาก Power Automate ยังไง?
Copilot Studio จะเน้นการสร้างและจัดการ AI Agent รวมถึง Agent Flows และ Workflow ที่ทำงานร่วมกับ Agent ขณะที่ Power Automate เน้นการสร้าง Automation สำหรับกระบวนการทำงานและการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ
ทั้งสองบริการอยู่ใน Microsoft Power Platform และสามารถนำมาใช้ร่วมกันได้
ถ้าอยากสร้าง AI Automation ใช้กับงานจริง เริ่มต้นยังไง?
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากลองสร้าง AI Automation ด้วยตัวเอง ตั้งแต่การคิด Use Case ไปจนถึงลงมือสร้าง Workflow จริง เราขอแนะนำหลักสูตรนี้เลย!
AI Automation Transformation
ออกแบบและสร้าง AI Automation ที่สามารถใช้งานได้จริงในหลักสูตรเดียว!
เรียนรู้ตั้งแต่การหา Use Case ที่ควร Automate ไปจนถึงลงมือสร้างระบบให้ทำงานได้แบบอัตโนมัติ
ไม่มีพื้นฐานก็ทำได้! เพราะเราสอนตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงสามารถทำได้ นำไปใช้ในองค์กรได้จริง ผ่าน 2 Tools ยอดฮิตอย่าง n8n และ Copilot Studio
สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าโจทย์ของตัวเองเหมาะกับเครื่องมือไหน ปรึกษากับ Course Assistant ฟรี!
สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่เลย!











